การประชุมระดับนโยบายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
ว่าด้วยการจัดเตรียมแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาแบบเปิด
ระหว่างวันที่ ๒๓- ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕
ณ โรงแรม Column Bangkok กรุงเทพฯ


เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ น. นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายการต่างประเทศ) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ ได้เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมขององค์การยูเนสโก เรื่อง การประชุมระดับนโยบายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกว่าด้วยการจัดเตรียมแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาแบบเปิด
(Policy Forum for Asia and the Pacific on Open Educational Resources: OER) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๓ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕ ณ โรงแรม Column Bangkok กรุงเทพฯ โดยมี Mr. Etienne Clement รองผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่ระดับสูง/นักวิจัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งมีภารกิจงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการจัดทำนโยบายได้หารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาการใช้ OER รวมทั้งพิจารณาร่างปฏิญญา OER ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลของเหล่านานาประเทศร่วมให้การสนับสนุนในการพัฒนา OER และการนำไปใช้ในหลากหลายรูปแบบเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสมัชชาโลกว่าด้วยการจัดเตรียมแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาแบบเปิด (2012 World Open Educational Resources Congress) ที่กำหนดจัดระหว่างวันที่ ๒๐ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อมติของที่ประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก สมัยที่ ๓๖

sam_0124-1



ประธานได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าประชุมและกล่าวถึงความก้าวหน้าด้าน ICT ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตของประชาชนทุกวันนี้ในหลากหลายแง่มุม รวมถึงการปรับเปลี่ยนองค์ความรู้โดยรวมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการบริหารจัดการการศึกษา ซึ่งทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาแบบเปิดโดยการใช้สื่อ/อุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอน การเรียนรู้ และการวิจัยผ่านทางเว็บไซต์ได้อย่าง  เสรี อีกทั้งรัฐบาล องค์กร และสถาบันต่างๆ ได้มีการศึกษาสำรวจศักยภาพในการใช้ OER ภายใต้บันทึกความเข้าใจและกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการศึกษา สิ่งนี้นำไปสู่การจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่เน้นระบบการเรียนการสอนและเนื้อหา/เทคนิคการเรียนรู้ทางไกลผ่านสื่ออิเล็คทรอนิคส์โดยการสร้างโปรแกรมซอฟท์แวร์ คอร์สแวร์ และสื่อห้องสมุด รวมถึงเอื้อต่อการจัดทำวิจัยและการเผยแพร่ผลงานจากการวิจัย  ในระดับมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการเข้าถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์ในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก การเรียนรู้ประเด็นต่างๆ ของโลกผ่านการดำเนินโครงการ ยิ่งไปกว่านั้นควรให้ความสำคัญในเรื่องของความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณูปโภคทาง ICT และความสามารถในการใช้ ICT ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเนื่องจาก OER มีบทบาทต่อการขยายโอกาสให้แก่ทุกคนรวมถึงผู้ด้อยโอกาส  และผู้ทุพพลภาพในการเข้าถึงคุณภาพการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตลอดชีวิต 

สำหรับประเทศไทย รัฐบาลปัจจุบันได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อการดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายการสื่อสารแบบความเร็วสูงทั่วประเทศในราคาที่ประหยัดและเชื่อถือได้ รวมถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ได้อย่างอิสระเสรีในที่สาธารณะ นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างดำเนินโครงการแจกจ่ายแท็บเล็ต ตัวแรกภายใต้นโยบายแท็บเล็ต ๑ เครื่องต่อเด็ก ๑ คน ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้แก่ครูและเด็กในแถบพื้นเมือง ชนบท และพื้นที่ห่างไกล/ทุรกันดาร ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงและเสมอภาค ดังนั้น ในอนาคตจึงจำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมเวทีเพื่อส่งเสริมการหารือเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาการใช้ OER

ประธานกล่าวเพิ่มเติมว่ารู้สึกยินดีที่ประเทศไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมในการประชุมเชิงนโยบายระดับภูมิภาคครั้งนี้ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือที่จะสร้างความรู้และความเข้าใจด้าน OER และศักยภาพร่วมกับผู้แทนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นถึงการแสดงออกเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและนโยบายด้าน OER รวมถึงโอกาสที่จะได้ศึกษาสำรวจในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย การหารือกันอย่างเข้มข้นในครั้งนี้จะนำไปสู่การประชุมสมัชชาระดับโลกว่าด้วยการจัดเตรียมแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาแบบเปิดที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส (2012 World Congress on Open Educational Resources) พร้อมกันนี้ได้แสดงความขอบคุณต่อองค์การยูเนสโก กรุงปารีส สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงเทพฯ และ Commonwealth of Learning (COL) ที่ได้ร่วมให้ความช่วยเหลือในการจัดการประชุมครั้งนี้และคาดว่าผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากจากการประชุมครั้งนี้

sam_0132



นอกจากนี้ เวลา ๐๙.๐๐ น. ของวันเดียวกัน นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายการต่างประเทศ) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติได้เข้าร่วมหารือภายใต้กรอบการดำเนินงานของยูเนสโกร่วมกับเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโกของฟิลิปปินส์ และสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นเรื่องของรูปแบบการดำเนินงานของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก อาทิ ขอบข่ายงานและโครงสร้างองค์กร บุคลากร บทบาทหน้าที่ ช่องทางในการดำเนินความร่วมมือ การจัดหาแหล่งทรัพยากรของงบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาล และการดำเนินความสัมพันธ์กับสำนักงานยูเนสโกระดับภูมิภาคและสำนักงานใหญ่ยูเนสโก โครงการและเครือข่ายที่ร่วมดำเนินกิจกรรม รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค ทั้งนี้ เลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติฯ ของไทยกล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะดำเนินโครงการ/กิจกรรมระดับภูมิภาค ในอนาคตร่วมกับฟิลิปปินส์โดยเฉพาะเครือข่ายโครงการโรงเรียน ASPNet ที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังจะดำเนินการจัดประชุมระดับชาติในเดือนกันยายน ๒๕๕๕ และจะดำเนินความร่วมมือในการจัดการประชุมดังกล่าวในระดับภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ ได้กำหนดจะจัดการประชุมคณะกรรมการแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก ครั้งที่ ๕ (MOWCAP) ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งกล่าวถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินโครงการ/กิจกรรมอย่างเช่น โครงการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก (Staff Exchange Programme) ที่ประเทศไทยดำเนินการโดยได้มีการปรับปรุงแนวทางการดำเนินโครงการจากเดิมที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานระหว่างกันเป็นการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบายให้มากขึ้น

ในส่วนของฟิลิปปินส์มุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นศูนย์ประเภทที่ ๒ ของยูเนสโกด้วย (Southeast Asian Center for Lifelong Learning for Sustainable Development: SEA-CLLSD) ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์กำลังจะดำเนินโครงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ World Heritage Education Ifugao เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ และเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ ณ Miag-ao, Ilo-Ilo และจัดการประชุม IP Education Workshop เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ โดยจะขอความร่วมมือจากประเทศไทยและสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

************************************
กลุ่มความร่วมมือพหุภาคี ๑
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
๒๔ เมษายน ๒๕๕๕

© 2019 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking