×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62

ความร่วมมือกับราชอาณาจักรโมร็อกโค

ข้อมูลพื้นฐาน
1. ทำเลที่ตั้ง ตั้งอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีพื้นที่ 446,550 ตารางกิโลเมตร (ทั้งนี้ ยังมีดินแดน Western Sahara ซึ่งมี พื้นที่ 267,028 ตารางกิโลเมตรที่โมร็อกโกอ้างสิทธิเหนือดินแดนดังกล่าว และเป็นกรณีพิพาทกับแนวร่วม Polisario) มีประชากร  33.7 ล้านคน โดยเป็นชาว Arab-Berber ร้อยละ 99.1 ชาวยิวร้อยละ 0.2 และเชื้อชาติอื่นๆ (ก.ค. 2550) ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ และภาษาฝรั่งเศสใช้กันทั่วไป ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม (นิกายสุหนี่) ร้อยละ 98.7
2. เมืองสำคัญ กรุงราบาต (Rabat) เป็นเมืองหลวง
   - เมืองคาซาบลังกา (Casablanca) เป็นเมืองท่า และเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ
   - เมืองเฟส (Fes) เมืองหลวงเก่า เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยว
   - เมืองมาร์ราเกช (Marrakech) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่ เชิงเขาแอตลัส และเป็นเมืองที่มีการเจรจาความตกลงการค้าโลก ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งองค์การการค้าโลก (WTO)
3. รูปแบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 
4. รายได้ประชากรต่อหัว 1,767 เหรียญสหรัฐ (ปี 2548)
5. ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) 63.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (2549)
6. สินค้าเข้าที่สำคัญ น้ำมันดิบ สิ่งทอ อุปกรณ์สื่อสาร ข้าวสาลี ก๊าซและไฟฟ้า พลาสติก
7. สินค้าส่งออกที่สำคัญ แร่ฟอสเฟตและปุ๋ย สินแร่ สารเคมี ผลิตภัณฑ์ เคมี ปลา ผักผลไม้และเสื้อผ้า
8. นโยบายด้านการต่างประเทศ โมร็อกโกเป็นประเทศอาหรับสายกลางที่มีบทบาทมากทั้งในเวทีภูมิภาคและเวทีโลก มีความใกล้ชิดกับยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ตลอดจนสนับสนุนการแสวงหาสันติภาพในอาหรับ อย่างไรก็ดี โมร็อกโกมีปัญหาขัดแย้งในเรื่องดินแดนซาฮาราตะวันตก (Western Sahara) ซึ่งโมร็อกโกพยายามอ้างสิทธิ ขณะที่ประเทศแอฟริกันส่วนใหญ่โดยเฉพาะแอลจีเรีย สนับสนุนกลุ่มแนวร่วม Polisario ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้แทนของประชาชนในดินแดนซาฮาราตะวันตก และประสงค์จะแยกตัวเป็นอิสระ 

ความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับโมร็อกโกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) ความสัมพันธ์ได้ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) ไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงราบัต และได้แต่งตั้งนาย Younes Laraqui เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำนครคาซาบลังกา ส่วนโมร็อกโกได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโกที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994)

ความร่วมมือทางวิชาการ ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยมีการดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการทวิภาคีกับโมร็อกโก ภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (Technical Cooperation among Developing Countries หรือ TCDC) ในปี พ.ศ. 2541 - 2543 ไทยอนุมัติทุนฝึกอบรมให้โมร็อกโก จำนวน 10 ทุน ในสาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มลภาวะรถยนต์และสิ่งแวดล้อม การวางแผนท่าอากาศยานและการจราจรทางอากาศ การซ่อมและบำรุงรักษายานยนต์และขนส่ง การซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม และหัตถกรรม ฝ่ายโมร็อกโกได้จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิม จำนวน 15 ทุนต่อปี โดยนักศึกษาส่วนใหญ่ศึกษาทางด้านศาสนาอิสลาม ปัจจุบันมีนักเรียนไทยในโมร็อกโกจำนวนประมาณ 50 คน (ที่มา : กองแอฟริกา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา สิงหาคม 2550)

ข้อมูลทางการศึกษา
 โมร็อกโกเริ่มการศึกษาภาคบังคับในปี 2506 สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 7-13 ปี อย่างไรก็ตามในปี 2543 มีเด็กนักเรียนประมาณเพียงร้อยละ 85 ที่เข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งรัฐบาลโมร็อกโกได้จัดสรรงบประมาณให้ถึง 26 % แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาก็นับว่ารัฐบาลโมร็อกโกได้มีการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างมาก ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และการประกันคุณภาพ

 โมร็อกโกได้จัดให้มีการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือการศึกษาระยะที่ 1 (Basic หรือ First Stage) เป็นการศึกษาสำหรับเด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี รวม 6 ปี
2. การศึกษาขั้นพื้นฐานระยะที่ 2 (Basic Second Stage) เป็นการศึกษาสำหรับเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปี รวม 3 ปี
3. การศึกษาสายสามัญระดับมัธยมศึกษา (General Secretary) เป็นการศึกษาสำหรับเด็กอายุระหว่าง 15-18 ปี รวม 3 ปี
4. การศึกษาสายอาชีพระดับมัธยมศึกษา หรือ Technical Secretary เป็นการศึกษาสำหรับเด็กอายุระหว่าง 15-18 ปี รวม 3 ปี
5. การศึกษาด้านเทคนิค (Technical) 2 ปี เป็นการศึกษาสำหรับเด็กอายุ ระหว่าง 18-20 ปี
ส่วนการศึกษาระดับอุดมศึกษานั้น อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุดมศึกษา (Ministere de l’ Enseignement Superieur) ซึ่งมีทั้งสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาชั้นสูง (Grande Ecoles) สถาบันฝึกอบรมครู และสถาบันการฝึกอบรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีการบริหารงบประมาณที่เป็นอิสระ (Budgetary Autonomy)

ความร่วมมือด้านการศึกษา
 การดำเนินความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของไทยกับโมร็อกโกนั้น ส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะของทุนการศึกษา โดยรัฐบาลโมร็อกโกได้เริ่มให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี/โท/เอกแก่รัฐบาลไทยเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี ตั้งแต่ปี 2537 (1994) โดยสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนไทยได้ไปศึกษายังมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาของโมร็อกโกในสาขาต่าง ๆ เช่น แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมาย และภาษาอารบิค เป็นต้น ปีละจำนวน 15 ทุน ซึ่งในระยะแรกสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโกจะดำเนินการเอง แต่หลังจากปี 2546 ได้แจ้งขอความร่วมมือให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ และกระทรวงการต่างประเทศได้บริหารทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาสัญชาติไทยและนักเรียนไทยมุสลิม โดยจัดสรรโควตาในส่วนของนักศึกษาสัญชาติไทยให้กระทรวงศึกษาธิการปีละ 3-5 ทุน ส่วนนักศึกษามุสลิมได้จัดสรรโควต้าผ่านกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ปีละประมาณ 10 ทุน โดยในขั้นตอนสุดท้ายกระทรวงการต่างประเทศจะเสนอชื่อผู้สมัครรับทุนไปยังรัฐบาลโมร็อกโกต่อไป

 สำหรับในภาพรวมของนักเรียนไทยที่ได้รับทุนจากรัฐบาลโมร็อกโกนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีเพื่อไปศึกษาต่อในสาขา Islamic Studies หรือ Arabic Literature

 ส่วนการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐมนตรีนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายอดิศัย โพธารามิก) เคยเดินทางไปเยือนโมร็อกโก ระหว่างวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2547 เพื่อดูงานด้านการศึกษานอกโรงเรียน
---------------

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
 30 ต.ค.2550

 

© 2020 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking