ศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้แทนไทย
เข้าร่วมการประชุมสมัชชานานาชาติด้านเทคนิคและการศึกษาสายอาชีพและฝึกอบรม ครั้งที่
ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ณ ศูนย์การประชุมนานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน


๑. ความเป็นมาของการประชุม

องค์การยูเนสโกตระหนักถึงความสำคัญของ TVET ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม และเน้นการพัฒนาด้าน TVET เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากโลกาภิวัตน์ของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากภาวะวิกฤติด้านการเงิน ทำให้การดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ เนื้อหา และโครงสร้างด้าน TVET เป็นไปอย่างยากลำบากจากสิ่งท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งในช่วงต้นปี ๒๕๑๓ (ค.ศ. ๑๙๗๐) และช่วงปลายปี ๒๕๒๓ (ค.ศ. ๑๙๘๐) องค์การยูเนสโกได้จัดพิมพ์เอกสารคู่มือด้าน TVET จำนวน ๒ ฉบับ โดยใช้ชื่อว่า Revised Recommendation concerning Technical and Vocational Education of 1974 และ Convention on Technical and Vocational Education of 1989 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นข้อมูลอ้างอิงระหว่างประเทศทั่วโลก สำหรับการพัฒนาและดำเนินนโยบายการศึกษา กฎหมายและข้อปฏิบัติด้าน TVET

dsc_4329


การประชุมสมัชชานานาชาติด้านเทคนิคและการศึกษาสายอาชีพและฝึกอบรม (TVET) จัดขึ้นโดยองค์การยูเนสโกทุกๆ ๑๒ ปี เพื่อมุ่งเน้นเรื่อง TVET ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว ได้เคยจัดขึ้นแล้วสองครั้ง ครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๓๐ จัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน และครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๔๒ จัดขึ้นที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ต่อมาในปี ๒๕๕๒ องค์การยูเนสโกจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาด้าน TVET ระหว่าง  ปี ๒๕๕๓ ๒๕๕๘ สำหรับปี ๒๕๕๕ องค์การยูเนสโกร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีกำหนดจัดการประชุมสมัชชานานาชาติด้าน TVET ครั้งที่ ๓ ในระหว่างวันที่ ๑๓ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในหัวข้อ “Building Skills for Work and Life” โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวที่เน้นแนวทางในการปรับเปลี่ยนและการขยายตัวในเรื่องของ TVET เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนวัยหนุ่มสาวและวัยผู้ใหญ่ทุกคนสามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นเพื่อการดำเนินอาชีพและการดำรงชีวิต

๒. วัตถุประสงค์และสาระสำคัญของการประชุม

การประชุมสมัชชานานาชาติด้านเทคนิคและการศึกษาสายอาชีพและฝึกอบรม ครั้งที่(Third International Congress on Technical and Vocational Education and Training: TVET) จัดโดยองค์การยูเนสโกร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจี ระหว่างวันที่ ๑๓๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ศูนย์การประชุมนานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือในประเด็นด้านความท้าทายทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำรวจแนวทางในการพัฒนาด้าTVET เสริมสร้างความเข้าใจและแบ่งปันความรู้ในการพัฒนาความช่วยเหลือด้าน TVET เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน การกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์เพื่อปรับเปลี่ยนและขยายตัวด้าน TVET และสนับสนุนการดำเนินงานด้าน TVET นระดับประเทศ ภูมิภาค และนานาชาติ รูปแบบการประชุม ประกอบด้วย การประชุมทางวิชาการและการประชุมกลุ่มย่อย
ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาในประเด็นเกี่ยวกับบทบาทของ TVET ในการพัฒนาอาชีพ พัฒนาชีวิต และ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การประชุมโต๊ะกลมเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะและเทคโนโลยี และทักษะเพื่อการพัฒนา  อย่างยั่งยืน การศึกษาดูงาน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากกลุ่มประเทศทั่วโลกจำนวนกว่า ๑๒๐ ประเทศ ประกอบด้วยผู้แทนประเทศสมาชิกของยูเนสโกจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาคเอกชน พนักงานองค์กร เยาวชน และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ รวมประมาณ ๘๐๐ คน และผู้แทนระดับรัฐมนตรีมากกว่า ๔๐ คน

dsc_4200



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงศักยภาพการจัดการศึกษาสายอาชีพของไทยต่อที่ประชุมยูเนสโก และร่วมหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก พร้อมจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้าน
ICT
เพื่อพัฒนาการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

๓. การกล่าวคำปราศรัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวคำปราศรัย หัวข้อประสบการณ์ด้านเทคนิคและการศึกษาสายอาชีพและฝึกอบรม (TVET) ของไทยในการตอบสนองความเติบโตทางเศรษฐกิจโดยกล่าวถึงการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีซึ่งได้มีความตกลงระหว่างประเทศทั้งสองร่วมกันในหลายโครงการ เช่น การดำเนินโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงและระบบการจัดการน้ำในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตอันใกล้ผู้สำเร็จการศึกษาด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาจะได้มีโอกาสทำงานในอาชีพต่างๆ รวมทั้งประกอบธุรกิจในสาขาต่างๆ การจัดการศึกษาของไทยที่ให้ความสำคัญต่อการศึกษาเพื่อการมีงานทำอันนำไปสู่การลดช่องว่างรายได้และเพิ่มความมั่นใจว่าจะได้รับการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม เป้าหมายเหล่านี้สะท้อนความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ในการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับโอกาสและเข้าถึงทรัพยากรด้านการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยการจัดฝึกอบรมด้านเทคนิคและการศึกษาสายอาชีพเพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเรียนรู้เพื่อให้ได้รับปริญญาเป็นการเรียนรู้เพื่อสนองตอบความต้องการของตลาดแรงงานภายใต้การดำเนินโครงการ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาภายใน ๘ เดือน การจัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาที่ประสงค์จะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการ โครงการโรงเรียนในโรงงานและโรงงานในโรงเรียนซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีความสามารถและทำงานไปพร้อมกัน โครงการแท็บเล็ตต่อนักเรียนหนึ่งคนที่จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในเดือนหน้า โดยในระยะเริ่มแรกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตจะจัดสรรให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะนักเรียนในชนบทห่างไกล  ที่ขาดแคลนเทคโนโลยีให้ได้รับความรู้อย่างทั่วถึง การให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต “WIFI” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งจะช่วยสนับสนุนการนำ ICT มาช่วยในการเรียนการสอน รวมทั้งนักเรียนอาชีวศึกษาให้ได้รับประโยชน์จาก ICT ทางการศึกษา ซึ่งการกล่าวปราศรัยเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลไทยในครั้งนี้ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากจากที่ประชุมของยูเนสโก

๔. การหารือทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกับ Ms. Irina Bokova ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก

dsc_4384


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมหารือทวิภาคีกับ
Ms. Irina Bokova ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เพื่อเจรจาความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับองค์การยูเนสโก โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการด้าน ICT ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก หัวข้อ “The Power of ICT in Education Policies: Implications for Educational Practices” ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕ ที่ประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เรียนเชิญผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกเข้าร่วมในพิธีเปิดการประชุมดังกล่าว และในโอกาสที่ประเทศไทยจะจัดงานวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ (Literacy Day) จึงได้ถือโอกาสนี้เรียนเชิญผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกเดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ ๙ – ๑๐ กันยายน ๒๕๕๕ เพื่อร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ ยังได้หารือในประเด็นความร่วมมือกับองค์การยูเนสโกเกี่ยวกับการลงนามในความตกลงโครงการพัฒนาว่าด้วยการฟื้นฟูศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในประเทศไทยและการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรเงินกองทุน (Japanese Funds-in-Trust) ให้แก่ยูเนสโกเพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือรัฐบาลไทยในการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ   ทั้งนี้ ยังกล่าวว่าที่ผ่านมาประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการพัฒนาทางการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษาเพื่อปวงชนซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของยูเนสโกด้าน International Task Force on Teachers for Education for All และเป็นคณะกรรมการ Educational for All Steering Committee เนื่องจากประเทศไทยมีบทบาทที่เข้มแข็งในเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชนอย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ำบทบาทประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการศึกษาเพื่ออาชีพ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของไทยในการผลักดันการศึกษาสายอาชีพเพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในเวทียูเนสโ

๕. การเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมสมัชชานานาชาติฯ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ ศูนย์การประชุมนานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีโอกาสพบปะกับผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก รวมทั้งผู้นำจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และองค์การระหว่างประเทศด้านการศึกษา และได้กล่าวย้ำถึงบทบาทของไทยในการเป็นผู้นำด้านการศึกษาเพื่ออาชีพ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของไทยในการผลักดันการศึกษาสายอาชีพเพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในเวทียูเนสโก ซึ่งเป็นโอกาสอันดี  ที่ประเทศไทยจะได้นำเสนอโครงการและกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จของไทยในการพัฒนาการศึกษาด้านเทคนิคและการศึกษาสายอาชีพและการฝึกอบรม การชูบทบาทของไทยในการเป็นผู้นำในการดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านการศึกษาในเวทีระหว่างประเทศที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น โครงการ ยกระดับการศึกษาประชาชนให้จบ ม.๖ ภายใน ๘ เดือน ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาอย่างมีคุณภาพให้กับประชาชนทุกคนด้วยการส่งเสริมประสบการณ์ทางอาชีพ และส่งเสริมการศึกษาของประชาชนเพื่อการมีงานทำตลอดชีวิต

dsc_4029dsc_4079dsc_4075


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ำปรัชญาการดำเนินงาน เราจะส่งเสริมลูกหลานของพี่น้องประชาชน   ให้เสมือนลูกหลานของเรา พร้อมให้โอกาสและอิสระแก่นักเรียนทุนในการประกอบอาชีพ


๖. การพบปะเยี่ยมเยือนนักเรียนทุนในโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รุ่นที่ ๒

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่นักเรียนทุนในโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รุ่นที่ ๒ จำนวนกว่า ๓๐ คน เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ซึ่งกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการดำเนินโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยนักเรียนต่างแสดงความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาประเทศชาติในอนาคต และสนับสนุนให้มีการดำเนินโครงการนี้ในรุ่นต่อไป ทั้งนี้ ได้เสนอปัญหาและอุปสรรคที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในปัญหาดังกล่าว ได้แก่ ปัญหาความล่าช้าในการได้รับเงินค่าใช้จ่ายจากรัฐบาลที่จ่ายผ่านมหาวิทยาลัยให้แก่นักเรียนทุน ในเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่ดำเนินโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน ดำเนินการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินให้แก่นักเรียนทุนเหล่านี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้มีการโอนเงินค่าใช้จ่ายรายเดือนให้แก่นักเรียนทุนโดยตรง แต่สำหรับเงินในส่วนอื่น เช่น ค่าเล่าเรียนและค่าอุปกรณ์ให้โอนไปยังมหาวิทยาลัยเช่นเดิม

dsc_3853-1

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวย้ำถึงนโยบายการศึกษาในการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมเสมือนบุคคลในครอบครัวภายใต้ปรัชญาการดำเนินงาน "เราจะดูแลพี่น้องประชาชนเหมือนคนในครอบครัวและพร้อมจะส่งเสริมลูกหลานของพี่น้องประชาชนให้เสมือนลูกหลานของเรา พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่านักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจะมีศักยภาพในการประกอบอาชีพเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สามารถประกอบอาชีพทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการดำเนินโครงการรุ่นที่ ๓ โดยคาดว่าจะคัดเลือกได้ประมาณ ๖๐๐ คน ซึ่งขณะนี้คัดเลือกได้แล้วประมาณ ๓๐๐ คน โดยจะให้เลือกไปเรียนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ด้วย ในขณะที่รุ่นก่อนหน้านี้จะเน้นประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ และในอนาคตอาจสนับสนุนให้ทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทโดยพร้อมจะเปิดกว้างให้แก่เด็กที่เรียนจบปริญญาตรีทุกคนได้รับโอกาสดังกล่าว

**************************************

ดาวน์โหลด
- รายงาน
- คำกล่าวในการประชุม   ( ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ )
กลุ่มความร่วมมือพหุภาคี ๑
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕


© 2019 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking