การประชุมเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting – ASEM)

          1. ASEM คืออะไร
          กรอบการประชุมเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Meeting - ASEM) หรือที่เรียกย่อๆ ว่า “อาเซม” เกิดขึ้นจากการยอมรับร่วมกันทั้งในเอเชียและยุโรปว่าจำเป็นต้องเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2537 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่สู่ยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับเอเชียโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงความสัมพันธ์กับเอเชียให้ทันสมัย ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2537 ณ ประเทศสิงคโปร์ และในปี พ.ศ. 2538 ณ Davos นาย Goh Chok Tong นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ว่า “ถึงเวลาแล้วที่สหภาพยุโรปและเอเชียตะวันออกจะสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นเพื่อเสริมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐอเมริกา” ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2537 สิงคโปร์และฝรั่งเศสได้เสนอให้มีการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป - เอเชียเพื่อพิจารณาว่าจะสร้างความร่วมมือใหม่ระหว่างสองภูมิภาคได้อย่างไร ตามข้อเสนอของสิงคโปร์การประชุมสุดยอด ASEM ครั้งที่ 1 (ASEM1) จึงจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 - 2 มีนาคม พ.ศ. 2539 (1996) ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยมีสมาชิกที่เข้าร่วมทั้งหมด 25 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศในสหภาพยุโรป 15 ประเทศ อาเซียน 7 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี รวมอีก 1 องค์กร คือ คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้นำประเทศเอเชียและประเทศยุโรปพบปะหารือเกี่ยวกับประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจ กระชับความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือ และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกัน เป็นเวทีสำหรับการหารือ (dialogue) มากกว่าการเจรจา เพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นรูปธรรม

Asem1 13 5 2564การประชุม ASEM ครั้งที่ 1 (ASEM1) จึงจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 - 2 มีนาคม พ.ศ. 2539 (1996) ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

         2. วัตถุประสงค์

          เพื่อสร้างความคุ้นเคยระหว่างกันและให้มีการหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างกว้าง ๆ ในเรื่องสนใจร่วมกัน เพื่อปูทางให้เกิดความร่วมมือระหว่างเอเชีย-ยุโรปทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา

          ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ASEM ตระหนักถึงคุณค่าของการทำงานร่วมกันในเสาหลักทางการเมืองเศรษฐกิจและการเงิน สังคมวัฒนธรรมและการศึกษา สิ่งนี้ทำให้ในปัจจุบัน ASEM จึงเป็นเวทีสำคัญสำหรับการสนทนาและการสื่อสาร เพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์ร่วมกันในเรื่องสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเอเชียและยุโรป

          องค์ประกอบการดำเนินงานจึงมี 3 เสาหลักดังต่อไปนี้:

1) การเมืองและความมั่นคง (Political) มุ่งเน้นไปที่วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคง สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับผู้กำหนดนโยบายเอเชียและยุโรป การประชุมระดับสูงในรูปแบบของการประชุมสุดยอด การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส การแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองที่น่ากังวลกับพันธมิตรของ ASEM โดยมีประเด็นที่น่าสนใจได้แก่ สันติภาพและความปลอดภัย การพัฒนาที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ประสิทธิภาพของความร่วมมือ และการเชื่อมต่อระหว่าง 3 เสาหลัก

2) เศรษฐกิจและการเงิน (Economic & Financial) คือการเพิ่มกระแสการค้าและการลงทุนระหว่างเอเชียและยุโรปและการใช้กฎขององค์การการค้าโลก (WTO) อย่างเต็มที่เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและเพิ่มการเข้าถึงตลาดระหว่างสองภูมิภาค ผู้นำ ASEM จัดตั้งAsia-Europe Business Forumเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนรวมถึงองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางของสองภูมิภาค โดยมีประเด็นที่น่าสนใจได้แก่ วาระที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการเงิน การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การค้าพหุภาคีที่มีประสิทธิผล สิทธิมนุษยชนในตลาดแรงงาน และความเชื่อมโยงในด้านเศรษฐกิจ

3) สังคม วัฒนธรรมและการศึกษา (Social, Cultural & Educational) มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางสังคม วัฒนธรรม และการศึกษาระหว่างเอเชียและยุโรป การเชื่อมโยงเหล่านี้จะรวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างผู้คนและสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรม สังคม และการศึกษาร่วมกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเยาวชนในเอเชียและยุโรปโดยเฉพาะ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจได้แก่ การทูตวัฒนธรรม กระบวนการศึกษาของ ASEM (ASEM Education Process -AEP) การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านความเท่าเทียมระหว่างเพศ การบริจาคให้กับองค์การยูเนสโก สิทธิมนุษยชนผ่านวัฒนธรรม และคุณภาพการศึกษา การเชื่อมต่อระหว่างผู้คนผ่านการเชื่อมโยงและการสนทนาระหว่างประชาชน การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา กิจกรรมทางวัฒนธรรม และศิลปะ รวมถึงความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          3. สมาชิก

ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 53 ภาคีเครือข่ายประกอบด้วย 51 ประเทศ และ 2 องค์กร ได้แก่ ประเทศสมาชิกฝ่ายยุโรป 30 ประเทศ และสหภาพยุโรป (European Union) ประเทศสมาชิกฝ่ายเอเชีย 21 ประเทศ และอาเซียน (ASEAN Secretariat) ดังนี้

ASEAN SecretariatASEAN Secretariat

GreeceGreece

New Zealand  New Zealand 

AustraliaAustralia

HungaryHungary

SwitzerlandSwitzerland

Malaysia  Malaysia 

NorwayNorway

AustriaAustria

IndiaIndia

PakistanPakistan

BangladeshBangladesh

EstoniaEstonia

SwedenSweden

IndonesiaIndonesia

PhilippinesPhilippines

BelgiumBelgium

IrelandIreland

PolandPoland

LuxembourgLuxembourg

DenmarkDenmark

Brunei Darussalam Brunei Darussalam

ItalyItaly

PortugalPortugal

BulgariaBulgaria

JapanJapan

SpainSpain

LithuaniaLithuania

RomaniaRomania

CambodiaCambodia

KazakhstanKazakhstan

Russian Federation Russian
Federation

China China

Czech Republic  Czech Republic

Slovenia

Slovenia

Korea Korea

SingaporeSingapore

CroatiaCroatia

Lao PDRLao PDR

Slovakia Slovakia

LatviaLatvia

CyprusCyprus

European UnionEuropean Union

MaltaMalta

Thailand Thailand

Finland Finland

Mongolia Mongolia

United Kingdom United Kingdom 

France France

Myanmar Myanmar

Viet NamViet Nam

GermanyGermany

Netherlands  Netherlands 

     

          4. ลักษณะและกลไกการดำเนินงาน
          4.1 ลักษณะ

          ASEM ไม่ได้เป็นองค์กรระหว่างประเทศ และไม่มีสำนักเลขาธิการ รัฐมนตรีต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของแต่ละประเทศและหน่วยงานจะมีบทบาทในการประสานงานโดยรวม ภายใต้กลไกของ ASEM โดยจะประสานงานผ่านผู้แทนที่เป็นประสานงานจากทั้ง 2 ฝ่าย (Coordinators) ที่ทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและประสานงานในการดำเนินความร่วมมือด้านต่าง ๆ ของกระบวนการ ASEM ได้แก่ 2 คนจากฝั่งเอเชีย ที่มาจากตัวแทนของกลุ่มอาเซียนและนอกอาเซียน (NESA) (จากประเทศเอเชียตะวันออก 1 ประเทศ ปัจจุบันคือ สหพันธรัฐรัสเซีย) และอาเซียน 1 ประเทศ ปัจจุบันคือ สิงคโปร์) ผลัดเปลี่ยนกันไป และ 2 คนจากฝ่ายยุโรป ที่มาจาก European External Action Service (EEAS) ในฐานะผู้ประสานงานถาวรและประธานสหภาพยุโรปที่หมุนเวียน (ปัจจุบันคือ โปรตุเกส) ผู้ประสานงาน ASEM

• ไม่เป็นทางการ : ความร่วมมือภายใต้กรอบ ASEM จะดำเนินไปบนหลักการของความสมัครใจของประเทศสมาชิก และมีลักษณะที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป รวมทั้งไม่พยายามจัดตั้งองค์กรถาวรใดๆ มารองรับการดำเนินงาน เป็นเวทีเปิดสำหรับผู้กำหนดนโยบายและเจ้าหน้าที่เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมที่มีผลประโยชน์ร่วมกันเสริมงานที่ดำเนินการในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีอื่น ๆ

• Multi-Dimensionality : ครอบคลุมขอบเขตความสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่างสองภูมิภาคและอุทิศน้ำหนักที่เท่าเทียมกันในมิติทางการเมืองเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

• ความร่วมมือที่เท่าเทียมกัน: หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์แบบ “ความช่วยเหลือ” ใด ๆ ที่ดำเนินไปภายใต้ความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อสนับสนุนกระบวนการสนทนาและความร่วมมือโดยทั่วไปบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วม

• High-Level & People-to-People: แพลตฟอร์มสำหรับการประชุมผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสตลอดจนการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนในสองภูมิภาค

             4.2 กลไกการประชุม

1) ASEM Summit เป็นการประชุมระดับผู้นำของประเทศและหัวหน้ารัฐ ประธานสภายุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรปและเลขาธิการอาเซียน เป็นกระบวนการตัดสินใจระดับสูงสุดในกระบวนการ ASEM ประชุมทุก 2 ปี สลับกันระหว่างเอเชียและยุโรป ร่วมกับการประชุมสุดยอดกิจกรรมข้างเคียง ได้แก่ การประชุมหุ้นส่วนรัฐสภาเอเชีย - ยุโรป (ASEP), เวทีธุรกิจเอเชีย - ยุโรป (AEBF), เวทีประชาชนเอเชีย - ยุโรป (AEPF) , เทศกาลวัฒนธรรม ASEM , การประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชน ASEF (ASEFYLS)และมีการจัดระเบียบASEF Editors'Roundtabe (ASEFERT)

2) Foreign Ministers’ Meetings เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศ ASEM และเลขาธิการอาเซียน มีหน้าที่รับผิดชอบในการประสานงานโดยรวมของกระบวนการ ASEM และเป็นพลังขับเคลื่อนของการเจรจาทางการเมืองของ ASEM อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

3) Other Ministerial Meetings เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การประชุมระดับรัฐมนตรีเพิ่มเติมจะจัดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอ

4) Senior Officials Meeting : SOMs เป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการต่างประเทศและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำหน้าที่ในการเตรียมการสำหรับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสรายสาขาเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีในสาขาต่างๆ

5) Other Meetings เป็นการประชุมอื่น ๆ ในด้านที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น การประชุมคณะทำงานในสาขาต่างๆ

6) ASEM Initiatives & Other Activities จัดขึ้นโดยพันธมิตรของ ASEM ในหัวข้อต่าง ๆ ที่มีความสนใจร่วม

          ASEM มีการจัดประชุมระดับผู้นำทุก 2 ปี โดยประเทศสมาชิกฝ่ายยุโรปและฝ่ายเอเชียสลับกันเป็นเจ้าภาพ โดยที่ผ่านมาการประชุมผู้นำ ASEM ได้จัดขึ้นแล้ว 12 ครั้ง ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ ASEM ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 – 2 มีนาคม 2539 ณ กรุงเทพฯ ในขณะที่การประชุมผู้นำ โดยจัดภายใต้หัวข้อ “Global Partners for Global Challenges”

1) ASEM 1 เมื่อวันที่ 1 – 2 มีนาคม 2539 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
2) ASEM 2 เมื่อวันที่ 3 – 4 เมษายน 2541 ณ กรุงลอนดอน อังกฤษ
3) ASEM 3 เมื่อวันที่ 19 – 21 ตุลาคม 2543 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี
4) ASEM 4 เมื่อวันที่ 22 – 24 กันยายน 2545 ณ กรุงโคเปนเฮเกน เนเธอร์แลนด์
5) ASEM 5 เมื่อวันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2547 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
6) ASEM 6 เมื่อวันที่ 10 – 11 กันยายน 2549 ณ กรุงเฮลซิงกิ ฟินแลนด์
7) ASEM 7 เมื่อวันที่ 24 – 25 ตุลาคม 2551 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
8) ASEM 8 เมื่อวันที่ 4 – 5 ตุลาคม 2553 ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม
9) ASEM 9 เมื่อวันที่ 5 - 6 พฤศจิกายน 2555 ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว
10) ASEM 10 เมื่อวันที่ 16 – 17 ตุลาคม 2557 ณ กรุงมิลาน อิตาลี
11) ASEM 11 เมื่อวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2559 ณ อูลานบาตอร์ (Ulaanbaatar) มองโกเลีย
12) ASEM 12 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2561 ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม

          การประชุมผู้นำ ASEM ครั้งที่ 13 กัมพูชาซึ่งจะเป็นเจ้าภาพได้กำหนดเลื่อนการประชุมในช่วงปี 2563 (2020) เป็นปี 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหัวข้อ "Strengthening Multilateralism for Shared Growth" มุ่งเน้นไปที่ปฏิสัมพันธ์ของแนวคิดหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความร่วมมือแบบพหุภาคี การเติบโต การพัฒนาที่ยั่งยืน และความเจริญรุ่งเรือง สะท้อนให้เห็นถึงหลักการสำคัญที่ว่าความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองทวีปเป็นเป้าหมายสูงสุดของ ASEM การประชุมสุดยอดจะตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนเอเชีย - ยุโรปเพื่อให้แน่ใจว่าความร่วมมือแบบพหุภาคีสามารถนำมาซึ่งการเติบโตของโลกที่ไม่เพียง แต่“ ยั่งยืน” แต่ยังสามารถ“ แบ่งปัน” ได้อีกด้วย

          นอกเหนือจาก ASEM13 แล้วจะมีกิจกรรมคู่ขนานอีก 8 กิจกรรม:
1) การประชุม Asia-Europe People's Forum ครั้งที่ 13 (13th Asia-Europe People's Forum-AEPF13)
2) การประชุมความร่วมมือรัฐสภาเอเชีย - ยุโรปครั้งที่ 11 (11th Asia-Europe Parliamentary Partnership Meeting - ASEP11)
3) เทศกาลวัฒนธรรมอาเซม (#ASEMfest) ที่ ASEM13 (ASEM Cultural Festival)
4) การประชุมเศรษฐกิจและธุรกิจเอเชีย - ยุโรปครั้งที่ 1 (1st Asia-Europe Economic and Business Forum-AEEBF1)
5) การประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชน ASEF ครั้งที่ 4 (4th ASEF Young Leader Summit-ASEFYLS4)
6) โต๊ะกลมของบรรณาธิการ ASEF ครั้งที่ 10 (10th ASEF Editors' Roundtable-ASEFERT10)
7) การประชุม Asia-Europe Forum on Women, Peace and Security

          Asia-Europe Foundation (ASEF)

           การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ ASEM (ASEMFMM1) ครั้งที่ 1 ในเดือนกุมภาพันธ์ 1997 ได้ก่อตั้ง Asia-Europe Foundation (ASEF) ขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวเอเชียและยุโรปได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำงานร่วมกัน ให้บรรลุแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นนวัตกรรมและสำคัญสำหรับความท้าทายระดับโลก ASEF จัดโครงการและสัมมนาในวงกว้างโดยเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม การศึกษา การพัฒนาที่ยั่งยืน เศรษฐกิจ การปกครอง สาธารณสุข และสื่อ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาสังคมและอื่น ๆ

          ความร่วมมือภายใต้เสาสังคม วัฒนธรรมและการศึกษา (Social, Cultural & Educational)
          ริเริ่มการศึกษาโดยพันธมิตรอาเซมจะรวมตัวกันภายใต้กระบวนการ ASEM การศึกษา (AEP) มีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการด้านการศึกษาและรัฐสมาชิกผลัดกันเป็นเจ้าภาพ AEP ได้กำหนดให้เกิดดิจิทัลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อจุดเน้น 4 ด้านของการประกันคุณภาพและการยอมรับในมาตรฐานและคุณสมบัติการศึกษา การมีส่วนร่วมของธุรกิจและอุตสาหกรรมด้านการศึกษา การเคลื่อนย้ายนักเรียนอย่างสมดุลระหว่างเอเชียและยุโรป และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาด้านเทคนิคและการฝึกอาชีพ ความคิดริเริ่มหลักภายใน AEP เป็นASEM เรียนรู้ตลอดชีวิต Hub (ASEMLLL)และASEM-DUO โครงการทุน (ASEM-DUO)

          ประเด็นสำคัญและประเด็นข้ามสาขา (Thematic Priorities and Transversal Themes) ด้านการศึกษา

          นอกจากการประชุมระดับผู้นำของสมาชิกเอเชีย-ยุโรปแล้วมีการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือด้านต่าง ๆ และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของการศึกษา การประชุมรัฐมนตรีศึกษา ASEM ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2551 และดำเนินการมาแล้ว 7 ครั้ง ดังนี้

1) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 5 - 6 พฤษภาคม 2551 (2008) ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
2) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม 2552 (2009) ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
3) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 9 – 10 พฤษภาคม 2554 (2011) ณ กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก
4) ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 13 – 14 พฤษภาคม 2556 (2013) ณ มาเลเซีย
5) ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2558 (2015) ณ กรุงริก้า ประเทศลัตเวีย
6) ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2560 (2018) ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี
7) ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 15 – 16 พฤษภาคม 2561 (2019) ณ เมืองบูดาเปสต์ สาธารณรัฐโรมาเนีย

          ในการประชุมรัฐมนตรีศึกษา ASEM ครั้งที่ 1 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศสมาชิกได้หยิบยกประเด็นความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานระดับอุดมศึกษามาเป็นประเด็นเพื่อพิจารณา ซึ่งต่อมาที่ประชุมรัฐมนตรีศึกษา ASEM ครั้งที่ 3 ได้ให้ความเห็นชอบ ประเด็นสำคัญ (Thematic Priorities) 4 ประการของอาเซม ที่ใช้เป็นหัวข้อหลักในการประชุมมาโดยตลอด ได้แก่

1) การประกันคุณภาพและการรับรองคุณวุฒิทางการศึกษา (Quality Assurance and Recognition)
2) การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมในการศึกษา (Engaging Business and Industry in Education)
3) การเคลื่อนย้ายอย่างสมดุล (Balanced Mobility)
4) การเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งรวมถึงการศึกษา ฝึกอบรม และด้านเทคนิค (Lifelong Learning including TVET)

          อย่างไรก็ตาม ในการประชุมรัฐมนตรีศึกษา ASEM ครั้งที่ 7 ในปี 2562 (2019) ที่ประชุมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) โดยเฉพาะในประเด็นที่ 4 เรื่องการสร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเห็นพ้องให้มีการเพิ่มเติมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาที่ครอบคลุม และเสมอภาพอย่างมีคุณภาพ และการสร้างโอกาสในการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคน ตลอดจนการพัฒนาโอกาสในการสร้างเสริมองค์ความรู้ด้านดิจิทัลให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงและก้าวข้ามความท้าทายในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ 4 ได้ และได้เห็นชอบควรให้เพิ่มประเด็นข้ามสาขา (transversal theme) เพื่อเชื่อมโยงระหว่าง 4 ประเด็นสำคัญที่กำหนดไว้เดิม จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่

1) การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)
2) การพัฒนาเพื่อนำไปสู่ความเป็นดิจิทัล (Digitalisation)

Priority Areas 13 5 2564ประเด็นสำคัญและประเด็นข้ามสาขา (Thematic Priorities and Transversal Themes)
ของกรอบความร่วมมืออาเซมด้านการศึกษา

  
          โครงการด้านการศึกษา

          1. โครงการ ASEM-DUO Fellowship Programme (DUO-Thailand)
          โครงการ ASEM-DUO Fellowship Programme (DUO-Thailand) เป็นโครงการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาและอาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาไทยแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาและอาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union: EU) โดยมุ่งส่งเสริมการขยายการแลกเปลี่ยนที่สมดุล ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นผู้ดำเนินการหลัก ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2549 – 2561 มีผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน 328 คน (164 คู่) โดยประเทศที่เข้าร่วมโครงการมากที่สุด คือ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ตามลำดับ ทั้งนี้ สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการของปี 2564 โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.asemduo.org/

          2. โครงการ ASEM Work Placement Programme
          กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้เข้าร่วมโครงการ ASEM Work Placement Programme ภายใต้กรอบความร่วมมือเอเชีย-ยุโรป ซึ่งข้อเสนอโครงการได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีศึกษาเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 4 (4th ASEM Meeting of Ministers for Education: ASEMME4) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาฝึกงานอย่างสมดุลระหว่างฝ่ายเอเชียและยุโรป และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมและการทำงานข้ามวัฒนธรรมของนักศึกษา ประเทศที่เข้าร่วมโครงการในระยะนำร่องได้แก่ เยอรมนี เบลเยียม ไทย บรูไนดารุสซาลาม และอินโดนีเซียซึ่งได้มีการลงนามร่วมกันใน Letter of Intent เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2558 ณ กรุงรีกา ประเทศลัตเวีย ก่อนการประชุม ASEMME5 โดยในส่วนของประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการในระยะนำร่องจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้แก่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 6 แห่ง จำนวนแห่งละ 2 คน (เดินทางไปเบลเยียม 1 คนและเยอรมนี 1 คน) รวมจำนวน 12 คนต่อปี สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางจำนวน คนละ 50,000 บาท นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษายังได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Expert Meeting of ASEM Work Placement Programme) เมื่อเดือนมีนาคม 2562

          3. โครงการ EU Support to Higher Education in ASEAN Region (EU SHARE)
          สหภาพยุโรปหนุนอุดมศึกษาอาเซียนผ่านโครงการ EU SHAREEU SHARE ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่มีเงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปถึง 10 ล้านยูโร (400 ล้านบาท) ใช้ระยะเวลาในการดําเนินงานรวม 4 ปี (เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 เป็นต้นมา) โดยโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาในภูมิภาคอาเซียนเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาในอาเซียนตลอดจนนักศึกษาพัฒนาคุณภาพเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและก้าวสู่ความเป็นสากลเพื่อประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นให้มีการทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสหภาพยุโรปและประชาคมอาเซียน และการปรับระดับการอุดมศึกษาของอาเซียนให้สอดคล้องกัน โดยปัจจุบัน ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ยังเป็นผู้แทนประเทศไทยใน Working group on mobility of Higher Education and Ensuring Quality Assurance of Higher Education among ASEAN Plus Three เพื่อจัดทำแนวทางการถ่ายโอนหน่วยการเรียนระดับมหาวิทยาลัยร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปในการดำเนินการดังกล่าว

          4. การประชุมนานาชาติในกรอบความร่วมมือ ASEM ด้านการศึกษา
          ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม International Asia-Europe Conference on Enhancing Balanced Mobility เมื่อเดือนมีนาคม 2555 และการประชุม ASEM Conference “Lifelong Learning: e-Learning and Workplace Learning” เมื่อเดือนมีนาคม 2552 ซึ่งในครั้งนั้น รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาในขณะนั้น (รศ. พินิติ รตะนานุกุล) ได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน Advisory Board Meeting ของ ASEM LLL Hub รวมทั้งยังได้จัดการประชุม ASEM Lifelong Learning Research Network on Workplace Learning เมื่อเดือนธันวาคม 2555 อีกด้วย

************************************


ข้อมูล : กลุ่มความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ
สรุปเรียบเรียง : กลุ่มสารสนเทศต่างประเทศ
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข้อมูล ณ : วันที่ 17 พฤษภาคม 2564


© 2021 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking