กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค)
Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC)

ความเป็นมาของเอเปค

          ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Economic Cooperation : APEC) หรือที่เรียกย่อๆ ว่า “เอเปค” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2532 (ค.ศ. 1989) โดยนาย Bob Hawke นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียในขณะนั้นที่มองว่าออสเตรเลียจำเป็นต้องเกาะเกี่ยวกับเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกและทวีปอเมริกาเหนือ ท่ามกลางแนวโน้มของการขยายกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในยุโรปและอเมริกาเหนือ และความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

          ดังนั้นเอเปคจึงตั้งขึ้นเพื่อตอบรับกับสภาวการณ์ซึ่งการเจรจาการค้าหลายฝ่ายรอบอุรุกวัยภายใต้แกตต์มีแนวโน้มจะล้มเหลว นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มว่าการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจจะมีเพิ่มมากขึ้นด้วย เอเปคจึงมีเป้าหมายในการผลักดันให้การเจรจาการค้าหลายฝ่ายรอบอุรุกวัยประสบผลสำเร็จ เพื่อให้ระบอบการค้าพหุภาคีคงอยู่ต่อไป ในขณะเดียวกันเอเปคจะต้องคานอำนาจทางเศรษฐกิจของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยเฉพาะประชาคมยุโรป ซึ่งมีแนวโน้มว่าเป็นกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ปิดกั้นการค้าจากภายนอก เอเปคมีนโยบายสนับสนุนอุดมการณ์รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจแบบเปิด (Open Regionalism) ส่งเสริมระบอบการค้าพหุภาคี ลดอุปสรรคทางการค้า การบริการ และการลงทุนในทางที่สอดคล้องกับหลักการของแกตต์ และเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะและแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกและภูมิภาค

          การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจแบบเปิดซึ่งเป็นหัวใจของเอเปคมีลักษณะเฉพาะ คือการให้สิทธิประโยชน์ที่สมาชิกเอเปคให้แก่กันมีผลต่อผู้ที่มิได้เป็นสมาชิกเอเปคด้วย (ปกติกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ จะใช้หลักการต่างตอบแทนกับประเทศที่มิได้เป็นสมาชิก) ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีและเพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่มิได้เป็นสมาชิกเอเปคเปิดเสรีระบอบการค้าการลงทุนของตนบ้าง

          นอกจากนี้ หลักการอีกประการหนึ่งของเอเปคก็คือจะไม่มีการเจรจา เนื่องจากเอเปคเป็นเวทีเพื่อความร่วมมือ ดังนั้น การดำเนินการใด ๆ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ (Consensus) และความสมัครใจ (Voluntary)

          เอเปคเป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีพลังและพลวัตรของการเจริญเติบโตสูงสุดของโลก กลุ่มสมาชิกเอเปคมีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) รวมกันกว่า 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ของโลก และมีสัดส่วนการค้ากว่าร้อยละ 41 ของมูลค่าการค้าโลก โดยสัดส่วนการค้าระหว่างไทยกับสมาชิกเอเปคสูงถึงร้อยละ 70 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยทั้งหมด

สมาชิก (Members)

          เอเปคเมื่อเริ่มก่อตั้งประกอบด้วยสมาชิก 12 ประเทศคือ ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บรูไนฯ มาเลเซียน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อมาสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง และไชนีสไทเป ได้เข้าเป็นสมาชิกในปี พ.ศ.2534 เม็กซิโกและปาปัวนิวกินีในปี พ.ศ. 2536 ชิลีเข้าเป็นสมาชิกในปี พ.ศ.2537 และล่าสุดที่ประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 5 เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ได้ประกาศรับเปรู รัสเซีย และเวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกและให้พ้องที่จะไม่รับสมาชิกใหม่อีกเป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในกรอบเอเปคมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพก่อนที่จะขยายความร่วมมือต่อไป ดังนั้นปัจจุบันเอเปคจึงมีสมาชิกทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่

หลักการและวัตถุประสงค์

          “เอเปค” เป็นเวทีสำหรับการปรึกษาหรือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจที่ประเทศสมาชิกเอเปคสนใจ โดยยึดหลักฉันทามติความเท่าเทียมกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก และในการดำเนินการที่คำนึงถึงความแตกต่างของระบบเศรษฐกิจและสังคม และระดับการพัฒนาของ
เขตเศรษฐกิจสมาชิก โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ

1. พัฒนาและส่งเสริมระบบการค้าหลายฝ่าย
2. สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก
3. ลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกให้การค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกโดยสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของแกตต์

ขอบเขตการดำเนินงาน

          สมาชิกเอเปคจะร่วมกันทำงานเพื่อให้เกิดการค้าและการลงทุนที่เสรีและเปิดกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายในปี 2020 และการจัดตั้งประชาคมภูมิภาคที่ใหญ่ขึ้นเพื่อจัดการกับมิติทางเศรษฐกิจและสังคมของการพัฒนาซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาของผู้นำเอเปคในปี 2537 เรียกว่าเป้าหมายโบกอร์

สามเสาหลักเอเปค:

1) การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Liberalization): สมาชิกเอเปคจะดำเนินการเพื่อลดภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีในการค้าและการลงทุน ส่งเสริมการสร้างงานรายได้และการเติบโต ความร่วมมือได้รับการชี้นำโดยวาระการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของเอเปคและรวมถึงความก้าวหน้าของข้อตกลงการค้าทวิภาคีและภูมิภาคและเป้าหมายระยะยาวของเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (FTAAP)
2) การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ (Business Facilitation): สมาชิกเอเปคจะดำเนินมาตรการเพื่อลดเวลาต้นทุนและความไม่แน่นอนในการทำธุรกิจในภูมิภาคและเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ รวมถึง บริษัท ขนาดเล็กสตรีและเยาวชน วาระการปฏิรูปโครงสร้างของ APEC สนับสนุนการพัฒนาและการประสานกันของนโยบายที่ปรับปรุงการเข้าถึงและประสิทธิภาพของตลาดและรักษาผลประโยชน์สาธารณะเช่นการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัย
3) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค (Economic and Technical Cooperation - ECOTECH): การสร้างขีดความสามารถทางเทคนิคของสมาชิกที่หลากหลายของเอเปคเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมั่นคงและยั่งยืนซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง ลำดับความสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างการต่อต้านการทุจริตการศึกษาข้ามพรมแดนและการฝึกอบรมทักษะการเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉินความมั่นคงด้านพลังงานการปกป้องสิ่งแวดล้อมการป้องกันการระบาดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นต้น

โครงสร้างและการดำเนินงานของเอเปค
          สมาชิกเอเปค ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ (economies) จะเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค รวมทั้งดำรงตำแหน่งประธานการประชุม (APEC Chair) ในแต่ละปี โดยเขตเศรษฐกิจที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมจะดำรงตำแหน่งประธานการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Meeting – ALEM) การประชุมรัฐมนตรีเอเปค (APEC Ministerial Meeting - AMM) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (Senior Officials Meeting - SOM) และการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council - ABAC) ที่จะมีขึ้นในระหว่างปีนั้นด้วย

Asia pacific Economic Cooperation 25 5 2564กลไกลการทำงานของเอเปคแบ่งการดำเนินงานออกเป็นสองระดับได้แก่ 1) ระดับนโยบาย และ 2) ระดับปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

1. ระดับนโยบาย

          1.1. การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Meeting – ALEM) สมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคซึ่งเป็นเจ้าภาพจะจัดการประชุมดังกล่าวปีละ 1 ครั้ง โดยจะมีการประกาศนโยบายและเป้าหมายการดำเนินงานของเอเปคในปีต่อไปในรูปของปฎิญญาผู้นำเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders Declaration)
          1.2. คณะกรรมการที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council - ABAC) ซึ่งจะประกอบด้วยตัวแทนนักธุรกิจจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคจำนวนเขตเศรษฐกิจละ 3 คน ทำหน้าที่เสนอมุมมอง และข้อคิดเห็นของภาคธุรกิจเอเปคต่อที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ ในรูปแบบของรายงานปีละ 1 ครั้ง โดยเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจและการลงทุนในภูมิภาค ABAC จะจัดการประชุมภายในกันปีละ 4 ครั้ง
          1.3. การประชุมรัฐมนตรี (Ministerial Meeting)

1.2.1 การประชุมรัฐมนตรีเอเปค (APEC Ministerial Meeting - AMM) รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีพาณิชย์หรือรัฐมนตรีเศรษฐกิจของเขตเศรษฐกิจสมาชิกจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นก่อนการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ที่ประชุมจะทบทวนกิจกรรมของเอเปคตลอดปีที่ผ่านมา และประมวลข้อเสนอแนะ เพื่อเสนอแนะให้ที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
1.2.2 การประชุมรัฐมนตรีสาขาต่างๆ (Sectoral Ministerial Meeting) จะกำกับดูแลความร่วมมือด้านการศึกษา พลังงาน สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน การคลัง สาธารณสุข การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยว การค้า คมนาคม กิจการสตรี ฯลฯ

          1.4. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Officials Meeting - SOM) ทำหน้าที่ดำเนินการตามบัญชาของรัฐมนตรี โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสจะให้แนวทางแก่คณะกรรมการ คณะทำงานและกลุ่มทำงานต่างๆของเอเปค และรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีและผู้นำเขตเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่อาวุโสจะประชุมกันปีละ 3-4 ครั้ง โดยประธานจะมาจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในปีนั้น

2. ระดับปฏิบัติ

          2.1. คณะกรรมการ (Committees)

          2.1.1 คณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุน (Committee on Trade and Investment - CTI) ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือเอเปคด้านการเปิดเสรี และอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน CTI จะดำเนินการเพื่อนำไปสู่การลดอุปสรรคทางการค้า ผ่านคณะอนุกรรมการและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญดังต่อไปนี้

• คณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานและการทำให้ได้มาตรฐาน (Sub-Committee on Standards and Conformance)
• คณะอนุกรรมการด้านขั้นตอนภาษีอากร (Sub-Committee on Customs Procedures)
• กลุ่มทำงานด้านการเข้าถึงตลาด (Market Access Group)
• กลุ่มงานด้านบริการ (Group on Service)กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน (Investment Experts Group)
• กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Rights Experts Group)
• กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายนักธุรกิจ (Business Mobility Group)
• กลุ่มทำงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce Steering Group)

          นอกจากนี้ ยังมีเวทีการหารือร่วมภาครัฐและภาคเอกชน 4 ด้าน ได้แก่ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

          2.1.2 คณะกรรมการด้านงบประมาณและการบริหาร (Budget and Management Committee - BMC) ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านงบประมาณ การบริหารและการจัดการ และทำหน้าที่ติดตามและประเมินการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ของคณะกรรมการ คณะทำงาน และกลุ่มทำงานต่างๆ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณของเอเปค ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะแก่เจ้าหน้าที่อาวุโสในเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของเอเปค

2.1.3 คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ (Economic Committee - EC) ทำหน้าที่ศึกษา วิจัย หารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางและประเด็นทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่อยู่ในความสนใจ รวมทั้งด้านการปรับโครงสร้างภายใน ซึ่งเรียกว่าประเด็นหลังพรมแดน (behind border issues) และยุทธศาสตร์ด้านการเจริญเติบโต โดยมีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านนโยบายด้านการแข่งขันและกฎหมาย

2.1.4 คณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (Steering Committee on Economic and Technical Cooperation - SCE) ทำหน้าที่กำหนดเป้าหมายและจัดลำดับของกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการของเอเปค ตลอดจนสนับสนุนการริเริ่มกิจกรรมเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อให้กิจกรรมเหล่านั้นบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายที่กำหนดโดยรัฐมนตรีและผู้นำ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสามกลุ่มดังต่อไปนี้

          2.3 ระดับคณะทำงาน (Working Groups) ดำเนินงานในสาขาของตนตามที่ได้รับบัญชาจากผู้นำเขตเศรษฐกิจ รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโส เอเปค ซึ่งมีทั้งหมด 12 คณะทำงาน ได้แก่

2.3.1 คณะทำงานด้านความร่วมมือวิชาการการเกษตร (Agricultural Technical Cooperation)
2.3.2 คณะทำงานด้านการต่อต้านการทุจริตและความโปร่งใส (Anti – Corruption and Transparency)
2.3.3 คณะทำงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย (Counter Terrorism)
2.3.4 คณะทำงานด้านการเตรียมการด้านภัยพิบัติ (Emergency Preparedness
2.3.5 คณะทำงานด้านพลังงาน (Energy)กลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการต่อต้านการค้าไม้ผิดกฎหมายและการค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (Experts Group on Illegal Logging and Associated Trade)คณะทำงานด้านสุขภาพ (Health Working Group)
2.3.6 คณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Development)
2.3.7 คณะทำงานด้านมหาสมุทรและการประมง (Fisheries)
2.3.8 คณะทำงานด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises)
2.3.9 คณะทำงานด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ (Telecommunications and Information)
2.3.10 คณะทำงานด้านการท่องเที่ยว (Tourism)
2.3.11 คณะทำงานด้านการคมนาคม (Transportation)

          2.4 ระดับกลุ่มทำงานพิเศษ ได้แก่ กลุ่มทำงานพิเศษด้านเหมืองแร่ (Special Task Group on Mining) ระดับหุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนใน 3 สาขา ได้แก่

• หุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชนด้านการมีส่วนร่วมของสตรีในระบบเศรษฐกิจ (Women and the Economy)
• หุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Science Technology and Innovation)
• หุ้นส่วนเชิงนโยบายภาครัฐและภาคเอกชนด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)

          2.5 กลุ่มความร่วมมือและความริเริ่มอื่นๆ มีบทบาทในการสนับสนุนเป้าหมายของเอเปค ซึ่งมีทั้งที่อยู่นอกเหนือโครงสร้างของคณะกรรมการและคณะทำงานของเอเปคอื่นๆ ได้แก่กระบวนการหารือรัฐมนตรีคลัง (Finance Ministers’ Process) ความร่วมมือระหว่างศูนย์ศึกษาเอเปค (APEC Study Centers Consortium) การหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Business Government Dialogues) และการหารือระดับอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ดังกล่าวข้างต้น

          3. สำนักเลขาธิการเอเปค (APEC Secretariat) มีที่ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ ทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนกระบวนการเอเปคเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ทำหน้าที่ประสานงาน และให้ข้อมูลแก่องค์กรภายในของเอเปค รวมทั้งให้บริการแก่สาธารณชนเกี่ยวกับข้อมูลเอเปค นอกจากนี้ สำนัก เลขาธิการฯ ยังมีหน้าที่ประสานและจัดสรรงบประมาณสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของเอเปคด้วย

 ลำดับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค
 Year  Dates   Country   City   Host Leader
 1989 1st  6–7 November  AustraliaAustralia  Canberra   Prime Minister Bob Hawke
 1990 2nd   29–31 July SingaporeSingapore  Singapore  Prime Minister Lee Kuan Yew
 1991 3rd  12–14 November 
KoreaSouth Korea 
 Seoul  President Roh Tae-woo
 1992 4th  10–11 September ThailandThailand  Bangkok  Prime Minister Anand Panyarachun
 1993 5th  19–20 November united stateUnited States  Blake Island  President Bill Clinton
 1994 6th  15–16 November IndonesiaIndonesia  Bogor  President Suharto
 1995 7th  18–19 November JapanJapan  Osaka  Prime Minister Tomiichi Murayama
 1996 8th  24–25 November PhilippinesPhilippines  Subic  President Fidel Ramos
 1997 9th  24–25 November canadaCanada  Vancouver  Prime Minister Jean Chrétien
 1998 10th  17–18 November MalaysiaMalaysia  Kuala Lumpur 
 Prime Minister Mahathir Mohamad
 1999 11th  12–13 September New ZealandNew Zealand  Auckland  Prime Minister Jenny Shipley
 2000 12th  15–16 November Brunei DarussalamBrunei  Bandar Seri Begawan 
 Sultan Hassanal Bolkiah
 2001 13th  20–21 October china flagChina  Shanghai  President Jiang Zemin
 2002 14th  26–27 October mexicoMexico  Los Cabos  President Vicente Fox
 2003 15th   20–21 October ThailandThailand  Bangkok  Prime Minister Thaksin Shinawatra
 2004 16th  20–21 November ChiliChile  Santiago  President Ricardo Lagos
 2005 17th  18–19 November KoreaSouth Korea  Busan  President Roh Moo-hyun
 2006 18th  18–19 November Viet NamVietnam  Hanoi  President Nguyễn Minh Triết
 2007 19th  8–9 September AustraliaAustralia  Sydney  Prime Minister John Howard
 2008 20th  22–23 November peru flagPeru  Lima  President Alan Garcia Perez
 2009 21st  14–15 November SingaporeSingapore  Singapore  Prime Minister Lee Hsien Loong
 2010 22nd  13–14 November JapanJapan  Yokohama  Prime Minister Naoto Kan
 2011 23rd 12–13 November united stateUnited States  Honolulu  President Barack Obama
 2012 24th  9–10 September
Russian FederationRussia  Vladivostok  President Vladimir Putin
 2013 25th  5–7 October IndonesiaIndonesia  Bali  President Susilo Bambang Yudhoyono
 2014 26th  10–11 November china flagChina  Beijing  President Xi Jinping
 2015 27th
 18–19 November PhilippinesPhilippines  Pasay  President Benigno Aquino III
 2016 28th  19–20 November peru flagPeru  Lima  President Pedro Pablo Kuczynski
 2017 29th  10–11 November Viet NamVietnam  Da Nang  President Trần Đại Quang
 2018 30th  17–18 November Papua New Guinea flagPapua New Guinea  Port Moresby  Prime Minister Peter O'Neill
 2019 31st  16–17 November Chili(cancelled) Chile  Santiago  President Sebastián Piñera
 2020 32nd  20 November MalaysiaMalaysia  Kuala Lumpur  Prime Minister Muhyiddin Yassin
 2021 33rd  November New ZealandNew Zealand  Auckland (Hosted Virtually)  Prime Minister Jacinda Ardern
2022 34th
 TBA ThailandThailand  Bangkok  Prime Minister Prayut Chan-o-cha
 2025 37th   TBA KoreaSouth Korea  TBA President President

*********************************

ความร่วมมือในกรอบเอเปคที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

          1. การเป็นสมาชิกเครือข่ายด้านการศึกษา (Education Network -EDNET) ของคณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Development Working Group: HRDWG)

          คณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Development Working Group: HRDWG) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 มีเป้าหมายเพื่อมุ่งหวังที่จะสร้างความเข้มแข็งในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งในด้านการทำงานและด้านสังคมเนื่องจากเห็นว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญในฐานะกุญแจสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

          คณะทำงานฯ มีกลไกการดำเนินงานผ่าน 3 เครือข่าย ได้แก่

1) เครือข่ายด้านการเสริมสร้างสมรรถนะ (Capacity Building Network–CBN): กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพดำเนินการ
2) เครือข่ายด้านการศึกษา (Education Network -EDNET): กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นเจ้าภาพร่วมดำเนินการ
3) เครือข่ายด้านแรงงานและสังคม (Labour and Social Protection Network –LSPN): กระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพดำเนินการ

          ในปี 2563 มาเลเซียในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคได้จัดการประชุมคณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้กรอบเอเปค ครั้งที่ 45 (45th APEC Human Resources Development Working Group (HRDWG) Meeting) และการประชุมเครือข่ายการศึกษาของเอเปค ครั้งที่ 37 (37th APEC Education Network (EDNET) Meeting) เมื่อวันที่ 9 – 11 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรม Le Meridien Putrajaya ประเทศมาเลเซียเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนาทักษะ และแรงงาน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในมิติต่าง ๆ โดยในการประชุมให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องการพัฒนานโยบายทางสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างเสริมความร่วมมือระหว่างกันในการยกระดับโอกาสการเข้าถึงนโยบายสาธารณะ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการสร้างองค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมทางนโยบายเพื่อบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าที่ทั่วโลกเผชิญ อาทิ สิ่งแวดล้อม โรคระบาด ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีของประเทศไทยในมิติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้เรียนและผู้สอนในศตวรรษที่ 21 (Empowering the 21st Century Learners and Educators) การจัดการศึกษาและพัฒนาทักษะที่เชื่อมต่อกันระหว่างโรงเรียนและการทำงาน (Education, Skills and Transition from School to Work) การขับเคลื่อนวัตกรรมทางการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ (Innovation in Education from Policy Development to Implementation) ตลอดจนนำเสนอนโยบายการศึกษาไทยที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

          สำหรับปี 2564 นิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปค และได้กำหนดจัดการประชุมเครือข่ายการศึกษาของเอเปค วาระพิเศษ (Special APEC  Education Network Meeting) ในวันที่ 27 มกราคม 2564 โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับเชิญเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม โดยมีผู้แทนองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้าร่วมการประชุมด้วย

          2. การจัดทำโครงการ Informatics and Data Science Education Reform for Digital, Inclusive and Sustainable Society (InMside II)

          โครงการ Informatics and Data Science Education Reform for Digital, Inclusive and Sustainable Society (InMside II) เป็นการดำเนินการร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย (โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) ร่วมกับประเทศญี่ปุ่นมีเป้าหมายเพื่อฝึกอบรมผู้พัฒนาหลักสูตรให้มีความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ และ Big Data และสามารถพัฒนาหลักสูตรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคอุตสาหกรรม 4.0

          3. การเข้าร่วมโครงการเครือข่ายสถานศึกษาในเอเชีย-แปซิฟิก (ALCoB School Network: ASNet)
          โครงการเครือข่ายสถานศึกษาในเอเชีย-แปซิฟิก (ALCoB School Network: ASNet) เป็นข้อริเริ่มของสาธารณรัฐเกาหลีภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) มุ่งเน้นการเสริมสร้างและยกระดับเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันทางการศึกษาระหว่างเขตเศรษฐกิจ ผ่านช่องทางออนไลน์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นเจ้าภาพดำเนินงานและกระทรวงศึกษาธิการได้ให้การสนับสนุนจัดส่งสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 5 แห่งเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ โรงเรียนบ้านบางกรัก จังหวัดพังงา โรงเรียนอนุบาลเชียงของจังหวัดเชียงราย โรงเรียนวัดบ้านหนองแวง จังหวัดนครราชสีมาโรงเรียนมัธยมวัดดาวคนอง กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนบ้านไร่วิทยาคม จังหวัดอุทัยธานี

          4. การเข้าร่วมการสำรวจของเครือข่ายการศึกษาของเอเปค (EDNET) ในการจัดทำแบบสำรวจเรื่องผลกระทบของการจัดการเรียนการสอนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

          กระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่วมการสำรวจของเครือข่ายการศึกษาของเอเปค (EDNET) ในการจัดทำแบบสำรวจเรื่องผลกระทบของการจัดการเรียนการสอนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจากการระบาดของไวรัสโควิด-19: ความท้าทายและแนวทางการรับมือ (Impact of COVID-19 on Education in Asia Pacific Region: Challenges and Solutions) เพื่อสำรวจสถานะการจัดการศึกษาของแต่ละประเทศและรวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเขตเศรษฐกิจ โดยผลการสำรวจดังกล่าวจะนำมาพิจารณาในการประชุมเครือข่ายการศึกษาของเอเปค วาระพิเศษ (Special APEC Education Network Meeting) ในวันที่ 27 มกราคม 2564

*********************************

การเตรียมการของกระทรวงศึกษาธิการไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี 2565

          กระทรวงศึกษาธิการไทยได้เตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ กิจกรรม ได้แก่

          1. โครงการการประชุมคณะทำงานเอเปคด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ครั้งที่ 46 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (งบประมาณ 29,134,000 บาท) โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรมในการจัดการประชุมตามข้างต้น พร้อมด้วยการประชุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 ด้าน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้หารือกำหนดการจัดการประชุมในโอกาสแรก ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการระดับชาติฯ ต่อไป
          2. โครงการโรงเรียนเครือข่ายเอเปค (งบประมาณ 23,778,300 บาท) โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ประสานการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างเครือข่ายโรงเรียนของเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยจะได้หารือเพื่อกำหนดหัวข้อการจัดกิจกรรมและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกับประเทศสมาชิกต่อไป
          3. โครงการการพัฒนาเครือข่ายเอเปคเพื่อการมีงานทำในโลกที่ผันผวน (งบประมาณ 11,316,300 บาท) เป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยมุ่งหวังให้มีกิจกรรมส่งเสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในระดับอาชีวศึกษาระหว่างเขตเศรษฐกิจเอเปค และสร้างเครือข่ายในการพัฒนาร่วมกันเพื่อผู้เรียนมีสมรรถนะพร้อมในการเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ

          อนึ่ง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีแผนการจัดตั้งคณะกรรมการเอเปคด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย และกำหนดจัดการประชุมเพื่อเตรียมการดำเนินการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ต่อไป

*********************************

 ข้อมูล : กลุ่มความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ
สรุปเรียบเรียง : กลุ่มสารสนเทศต่างประเทศ
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข้อมูล ณ : วันที่ 25 พฤษภาคม 2564


© 2021 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking