×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 62

Print this page
Wednesday, 17 June 2009 15:10

ระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา

 

 ระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา แบ่งเป็นระดับต่าง ๆ ได้ดังนี้


1. ระดับอนุบาล ( Kindergarten) การศึกษาระดับนี้ ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ
2. ระดับประถมศึกษา (Elementary School) เป็นการศึกษาภาคบังคับ สำหรับเด็กอายุ 6 - 11 ปี มีระยะเวลาการศึกษา 6 ปี (ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงประถม 6)

3. ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School) เป็นการศึกษาภาคบังคับ สำหรับเด็กอายุ 12 - 18 ปี (มัธยมปีที่ 1-6) แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

3.1. โรงเรียนรัฐบาล นักเรียนทุนส่วนตัว มีสิทธิ์เรียนได้เป็นเวลา 1 ปี เท่านั้น
3.2. โรงเรียนเอกชน มี 3 รูปแบบ
     1) Independent School หรือ Prep. School เพื่อเตรียมนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี 
     2) Parochial School โรงเรียนศาสนาโรมันคาธอลิค
     3)   Bible School หรือ Christian School สอนศาสนาควบคู่กับวิชาการ

 

4. ระดับอุดมศึกษา การศึกษาในระดับนี้ แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

 

4.1. วิทยาลัย 2 ปี (Junior College) เป็นหลักสูตร 2 ปีต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรการสอนมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1) Transferable Program ผู้เรียนสามารถโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อปีที่ 3 ของวิทยาลัย หรือ มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีได้

2) Terminal/Occupational Program เป็นหลักสูตร 2 ปี เน้นทางวิชาชีพ ความสามารถในงานเทคนิค และงานกึ่งวิชาชีพ สำเร็จแล้วได้รับอนุปริญญา


4.2. วิทยาลัยประจำท้องถิ่น (Community College) เป็นหลักสูตร 2 ปีต่อจากมัธยมศึกษา  ตอนปลาย มีแบบแผนเดียวกับ Junior College เพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น

4.3. วิทยาลัย (College) หลักสูตร 4 ปี สำเร็จแล้วได้รับปริญญาตรี บางแห่งเปิดสอนถึงระดับปริญญาโท

4.4. มหาวิทยาลัย (University) เปิดสอนระดับปริญญาตรี (4 ปี) ปริญญาโท (1 - 2 ปี) และปริญญาเอก (4 ปี) เน้นการสอนและการค้นคว้าวิจัยในแง่วิชาการ
4.5. สถาบันทางวิชาชีพ เป็นสถาบันทางวิชาชีพชั้นสูงโดยเฉพาะ เช่น แพทยศาสตร์ กฎหมาย เป็นต้น หลักสูตร 3-8 ปี แล้วแต่สาขาวิชา โดยปกตินักศึกษาจะเข้าศึกษาหลังจากที่สำเร็จปริญญาตรีมาแล้ว

 

ภาคการศึกษา


สถานศึกษาในสหรัฐอเมริกาใช้ภาคการศึกษาหลายแบบแตกต่างกันออกไปขึ้นกับ ความต้องการของสถานศึกษา และความนิยมของท้องถิ่น ได้แก่

1. ระบบ Semester แบ่งเป็น 2 Semester ๆ ละ 16 - 18 สัปดาห์ และอาจมี 1 หรือ 2 summer session

1.1. Fall Semester เปิดประมาณกันยายนถึงกลางธันวาคม
1.2. Spring Semester เปิดประมาณมกราคมถึงกลางเมษายน
1.3. Summer Semester เปิดประมาณกลางพฤษภาคมถึงสิงหาคม

 

2.ระบบ Trimester แบ่งเป็น 3 เทอม ๆ ละ 3 เดือน

2.1. First เปิดประมาณกันยายนถึงธันวาคม
2.2. Second เปิดประมาณมกราคมถึงเมษายน
2.3. Third เปิดประมาณพฤษภาคมถึงสิงหาคม

 

3. ระบบ 4-1-4 แบ่งภาคเรียนเป็น 2 เทอม (Semester) เทอมละ 15 สัปดาห์ คั่นด้วยเทอมสั้น ๆ เรียกว่า Mini-term หรือ Interim เทอมสั้นนี้ มีระยะเวลาเรียน 1 เดือน

3.1. Fall เปิดประมาณกันยายนถึงธันวาคม
3.2. Mini-term หรือ Interim เปิดประมาณมกราคม ( 1 เดือน )
3.3. Spring เปิดประมาณกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม

 

 

ความร่วมมือด้านการศึกษา
1. กระทรวงศึกษาธิการรัฐวิสคอนซิน
           เมื่อปี 2547 รองรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการรัฐวิสคอนซินได้เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของไทยเพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน หลังจากนั้น กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ลงนามในกรอบความตกลงกับกระทรวงศึกษาธิการของรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 เพื่อดำเนินความร่วมมือทางด้านวิชาการ ซึ่งต่อมา กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งคณะผู้บริหารของไทยเดินทางไปเจรจาความร่วมมือด้านการศึกษากับกระทรวงศึกษาธิการรัฐวิสคอนซิน และมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน สหรัฐอเมริกา 2 ครั้ง ในปี 2548 และ 2549 สำหรับโครงการและกิจกรรมที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการรัฐวิสคอนซิน มีดังต่อไปนี้
• การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์      เด็กปัญญาเลิศ เด็กก่อนประถมศึกษา การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยข้าราชการที่รับทุนฟุลไบร์ทของ WDPI ปี 2548
• การดูงานด้านการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาไปสู่ระดับมืออาชีพด้านมาตรฐานหลักสูตร ตำรา สื่อการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียนรู้ และด้านการวางแผนติดตามและประเมินผลทางการศึกษา ปี 2549
• การดูงานด้านเครือข่ายองค์กร เน้นการวางแผนติดตามและประเมินผลทางการศึกษาเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ ปี 2550
• โครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนและครูกับโรงเรียนในรัฐวิสคอนซิน ปี 2550 และปี 2551

2. มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน
• โครงการดูงานด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเด็กปัญญาเลิศ ปี 2550
• โครงการอบรมครูวิทยาศาสตร์ โดยศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนแบบการสืบค้นจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน ปี  2550

3.  มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน กรีนเบย์ (University of Wisconsin Green Bay-UWGB)
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย UWGB ดังนี้
• โครงการดูงานด้านรูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก ปี 2551
• โครงการแลกเปลี่ยนและดูงานในเชิงลึกด้านการบริหารจัดการโรงเรียนเป็นเลิศ ปี 2551

4.  สถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซส (Massachusetts Institute of Technology :MIT)
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินความร่วมมือกับ MIT ภายใต้โครงการดูงานด้านการจัดการเรียนการสอนแบบ Constructionnism ปี 2549 5. มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ (Illinois State University :ISU)
 กระทรวงศึกษาธิการได้ลงนามความร่วมมือกับ ISU เพื่อส่งเสริมด้านการพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษ โดยมีกิจกรรมและโครงการร่วมกันในปีปี 2550 และ 2551

6. มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
ประเทศไทยมีความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดประชุมโต๊ะกลมไทย-สหรัฐฯ (U.S.-Thailand Learning Roundtable) เพื่อแลกเปลี่ยนงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาและการปฏิรูปอุดมศึกษา และการจัดทำนโยบายด้านการศึกษาของประเทศ ซึ่งในปี 2551 นี้ มหาวิทยาลัยเพนซลวาเนียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2551 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในการประชุมในวันที่ 9 ตุลาคม 2551

7. โรงเรียนสถานสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่า สหรัฐอเมริกา (AUA)
ตั้งแต่ปี 2511 โรงเรียนสถานสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่า สหรัฐอเมริกา (AUA) ได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการจัดโครงการประชุมสัมมนาครูภาษาอังกฤษเป็นประจำทุกปี ปีละประมาณ 150- 170 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของครูไทย

การพบปะเจรจาระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา  ประจำประเทศไทย
 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2551 H.E.Mr. Eric G. John เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้เข้าเยี่ยมคารวะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีประเด็นเจรจาหารือสรุปได้ดังนี้
• เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนนานาชาติของสหรัฐที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยยินดีที่จะดำเนินการตามกฎระเบียบของพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชนฉบับแก้ไข/ปรับปรุงใหม่
• สมาคมภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 175 ทุน แก่นักศึกษาไทยในสาขาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ผู้ได้รับทุนได้ทำงานในภาคธุรกิจ พร้อมทั้งได้มอบสื่อการเรียนการสอน จำนวน  175 ชุด ให้กับโรงเรียนในโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนการสอนที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 175 ปี ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ
• เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ 3 แห่ง ที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาทางการทหาร ได้เสนอให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยเพื่อไปศึกษาทางการทหาร แต่ไม่มีผู้สมัครรับทุนดังกล่าว หวังว่าในอนาคตจะมีนักเรียนไทยสมัครรับทุนด้านนี้
• สหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา และยินดีที่จะให้การสนับสนุนแก่ไทยในการส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาหรือข้อคิดเห็นในการด้านการฝึกอบรมครูในการเรียนการสอนภาษา  การสนับสนุนทุนการศึกษาและการวิจัยของมูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (Fulbright) นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เนื่องจากเด็กนักเรียนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต อันจะนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ทั้งทางด้านการต่างประเทศ และทางการค้ามากยิ่งขึ้น

----------------
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
ส.ค.2551