Sun, Dec 17, 17

fb 50pxTel.+66 2628 5646 Fax.+66 2281 0953

aus 12 12 2560

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 เวลา 14.00 น. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุญาตให้ Mr. James Baxter, First Assistant Secretary, Free Trade Division, Department of Foreign Affairs and Trade เครือรัฐออสเตรเลียและคณะ เข้าพบเพื่อหารือความร่วมมือด้านการศึกษา ณ ห้องประชุมหม่อมหลวงมานิจ ชุมสาย กระทรวงศึกษาธิการ
    โอกาสนี้ Mr. James Baxter ได้กล่าวถึงภารกิจหลักของหน่วยงานว่า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือทวิภาคีในด้านการค้าและเศรษฐกิจกับต่างประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการศึกษากับประเทศไทย โดย Mr. James Baxter ได้แสดงความสนใจเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่สถาบันอุดมศึกษาจากต่างประเทศในการมาเปิดสาขาที่ประเทศไทย ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาในออสเตรเลียหลายแห่งให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาออสเตรเลียได้ดำเนินความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาไทยหลายแห่ง บางแห่งได้มีการจัดทำหลักสูตรร่วม (Joint Degree) นอกจากนี้ ฝ่ายออสเตรเลียได้เสนอที่จะให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทย โดยเฉพาะในด้านกรอบมาตรฐานวิชาชีพ การประกันคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาหลักสูตร อีกทั้งได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู และการกระจายอำนาจการบริหารสถานศึกษา
    รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่นักเรียน นักศึกษาไทยนิยมเดินทางไปศึกษาต่อ ทั้งในระดับอุดมศึกษาและหลักสูตรภาษาอังกฤษระยะสั้น อีกทั้งเป็นประเทศที่มีการจัดการอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทย เพื่อสามารถผลิตแรงงานที่มีทักษะฝีมือ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่ Thailand 4.0 รัฐบาลจึงได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ม.44) ที่เปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ สามารถเปิดสอนในประเทศไทยในสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งผลิตครูในสาขาที่อาจขาดแคลนในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจัดฝึกอบรมที่เน้นการพัฒนาทักษะ และการสนับสนุนทุนการศึกษา/ทุนฝึกอบรมในสาขาวิชาที่ขาดแคลน ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วให้กลับมาบรรจุเป็นครูสอนในสังกัด สพฐ. และได้ริเริ่มโครงการนำร่อง โดยการจัดรูปแบบการจัดการศึกษาแบบใหม่ คือ “โรงเรียนนิติบุคคล” (Public School) ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาจะสามารถคัดเลือกผู้บริหารได้เอง ทำให้การพัฒนาโรงเรียนมีความต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในโรงเรียน จำนวน 77 แห่ง ทั่วประเทศ

aus1 12 12 2560

*********************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
12 ธันวาคม 2560

H.E.Mr.Meir Shlomo Isarael 7 12 2560

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ได้ให้การต้อนรับนายเมอีร์ ชโลโม (H.E.Mr.Meir Shlomo) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ในการนี้ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวแสดงความยินดีต่อเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยคนใหม่ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา รวมทั้งโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กไทยและเด็กอิสราเอล
เอกอัครราชทูตอิสราเอลได้กล่าวถึงทุนการศึกษาของรัฐบาลอิสราเอลที่มอบให้แก่บุคลากรของไทยเพื่อไปอบรมที่อิสราเอลในหลักสูตรต่าง ๆ รวมทั้งทุนเข้าร่วมการประชุมสัมมนา ซึ่งทุนต่าง ๆ เหล่านี้นับว่าช่วยส่งเสริมความรู้และแลกเปลี่ยนทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้สอบถามถึงทุนการศึกษาที่จะช่วยส่งเสริมความคิดวิเคราะห์ และการสร้างจิตสำนึกที่ดีเพื่อปลูกฝังให้แก่เด็กและเยาวชน เพราะกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญการพัฒนาเด็กทางด้านนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ แจ้งว่ามีทุนดังกล่าวเช่นเดียวกัน และอาจมีการประสานงานร่วมกันต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่ามีความสนใจทางประวัติศาสตร์และการต่อสู้ของชาวอิสราเอล เพราะการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ทำให้เห็นมุมมอง แนวคิด และหลักปรัชญาสำคัญ ๆ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของไทยก็ได้ให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของนักเรียนทุกระดับ ในการนี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โฮโลคอส (Holocaust) ของอิสราเอล ซึ่งอาจเปรียบได้กับเรื่องราวของเหตุการณ์ทุ่งสังหาร (Killing Field) ที่เกิดขึ้นในกัมพูชา ทั้งนี้ ทุกชาติต่างก็มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ควรจะนำมาเป็นบทเรียนแก่ชนรุ่นหลัง ซึ่งในเรื่องของโฮโลคอสนั้น รัฐบาลอิสราเอลมีหลักสูตรที่พร้อมจะให้การฝึกอบรมแก่ครู รวมทั้งการจัดเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ พร้อมกันนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้จัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์โฮโลคอสเป็นประจำทุกปี จึงขอเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้เกียรติเข้าร่วมงานที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2561 ด้วย
เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดินทางเยือนอิสราเอล พร้อมทั้งสอบถามสนใจที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอิสราเอล ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่าอิสราเอลมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และการพัฒนาที่น่าสนใจหลายอย่าง ดังนั้น หากมีโอกาสไปเยือนอิสราเอลก็มีความสนใจ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ แนวนโยบาย แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยี และปรัชญาของการดำรงอยู่

H.E.Mr.Meir Shlomo Isarael 1 7 12 2560

*******************************

กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี 1
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
7 ธันวาคม 2560

สรุปผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอ ครั้งที่ 40
(40th SEAMEO High Officials Meeting: SEAMEO HOM)
ระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2560
ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์
*************************************

SEAMEO HOM 7 12 2560

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) ครั้งที่ 40 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

1. พิธีเปิดการประชุม วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น. โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอ ครั้งที่ 40 ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ที่ได้จัดการประชุมสำคัญครั้งนี้ อ่านต่อ..

SEAMEO HOM1 7 12 2560.pdf

************************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
7 ธันวาคม 2560

Page 1 of 41