Sun, Dec 17, 17

fb 50pxTel.+66 2628 5646 Fax.+66 2281 0953

aus 12 12 2560

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 เวลา 14.00 น. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุญาตให้ Mr. James Baxter, First Assistant Secretary, Free Trade Division, Department of Foreign Affairs and Trade เครือรัฐออสเตรเลียและคณะ เข้าพบเพื่อหารือความร่วมมือด้านการศึกษา ณ ห้องประชุมหม่อมหลวงมานิจ ชุมสาย กระทรวงศึกษาธิการ
    โอกาสนี้ Mr. James Baxter ได้กล่าวถึงภารกิจหลักของหน่วยงานว่า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือทวิภาคีในด้านการค้าและเศรษฐกิจกับต่างประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการศึกษากับประเทศไทย โดย Mr. James Baxter ได้แสดงความสนใจเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่สถาบันอุดมศึกษาจากต่างประเทศในการมาเปิดสาขาที่ประเทศไทย ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาในออสเตรเลียหลายแห่งให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาออสเตรเลียได้ดำเนินความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาไทยหลายแห่ง บางแห่งได้มีการจัดทำหลักสูตรร่วม (Joint Degree) นอกจากนี้ ฝ่ายออสเตรเลียได้เสนอที่จะให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทย โดยเฉพาะในด้านกรอบมาตรฐานวิชาชีพ การประกันคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาหลักสูตร อีกทั้งได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู และการกระจายอำนาจการบริหารสถานศึกษา
    รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่นักเรียน นักศึกษาไทยนิยมเดินทางไปศึกษาต่อ ทั้งในระดับอุดมศึกษาและหลักสูตรภาษาอังกฤษระยะสั้น อีกทั้งเป็นประเทศที่มีการจัดการอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทย เพื่อสามารถผลิตแรงงานที่มีทักษะฝีมือ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่ Thailand 4.0 รัฐบาลจึงได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ม.44) ที่เปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ สามารถเปิดสอนในประเทศไทยในสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งผลิตครูในสาขาที่อาจขาดแคลนในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจัดฝึกอบรมที่เน้นการพัฒนาทักษะ และการสนับสนุนทุนการศึกษา/ทุนฝึกอบรมในสาขาวิชาที่ขาดแคลน ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วให้กลับมาบรรจุเป็นครูสอนในสังกัด สพฐ. และได้ริเริ่มโครงการนำร่อง โดยการจัดรูปแบบการจัดการศึกษาแบบใหม่ คือ “โรงเรียนนิติบุคคล” (Public School) ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาจะสามารถคัดเลือกผู้บริหารได้เอง ทำให้การพัฒนาโรงเรียนมีความต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในโรงเรียน จำนวน 77 แห่ง ทั่วประเทศ

aus1 12 12 2560

*********************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
12 ธันวาคม 2560

sema 10กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีญี่ปุ่น (MEXT) ได้ประกาศมอบทุนฝึกอบรมสำหรับครูประจำการ (Teacher Training Students) ประจำปี 2561 เพื่อศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการศึกษา ในโรงเรียน ณ มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น ระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน (เริ่มโครงการตั้งแต่เดือนกันยายนหรือตุลาคม 2561) โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติของผู้สมัคร
1. มีสัญชาติไทย
2. อายุไม่เกิน 35 ปี (เกิดตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2526 เป็นต้นไป)
3. สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี และเป็นครู (ไม่จำกัดสาขาวิชา) สอนในโรงเรียนประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษามาแล้วอย่างน้อย 5 ปี (นับถึงวันที่ 1 เมษายน 2561) ในกรณีมีประสบการณ์สอนจากหลายแห่งสามารถนำระยะเวลามานับรวมกันได้ โดยผู้สมัครจะต้องส่งใบรับรองการทำงานของแต่ละสถานที่ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
4. มีความต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่น มีความสนใจในประเทศญี่ปุ่น สามารถดำเนินการวิจัย ตลอดจนสามารถปรับตัวในการใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นได้
5. มีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ
6. ผู้ได้รับทุนจะต้องเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่นก่อนเริ่มภาคการศึกษา 2 สัปดาห์ ตามวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด (ปกติประมาณเดือนกันยายนหรือตุลาคมของทุกปี) หากผู้รับทุนเดินทางไปถึงก่อนระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับทุนจะต้องรับผิดชอบค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเอง และหากผู้รับทุนไม่สามารถเดินทางได้ในช่วงเวลาที่กำหนด จะต้องสละสิทธิ์การรับทุน
7. ต้องได้รับวีซ่าประเภท “College Student” ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมโครงการ
8. ต้องเดินทางกลับประเทศทันทีหลังสิ้นสุดการรับทุน และจะต้องนำผลการวิจัยมาประยุกต์ใช้ในการสอนในโรงเรียนของตนได้
9. บุคคลดังต่อไปนี้ ไม่สามารถสมัครขอรับทุนได้ ได้แก่
9.1 เป็นบุคลากรทางการทหาร
9.2 ผู้ที่เคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (MEXT Scholarship) มาก่อน
9.3 ผู้ที่กำลังสมัครรับทุนอื่นๆ ของรัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ด้วย
9.4 ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ หรือมีกำหนดจะเข้าศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น
9.5 ผู้ที่ได้รับทุนอื่นๆ
**หมายเหตุ** กรุณาศึกษาข้อมูลโดยละเอียดจากคู่มือการสมัคร (Application Guidelines) และเอกสารแนบท้าย (Annex) ฉบับภาษาอังกฤษ


ขั้นตอนในการสมัครและการคัดเลือก
1. ผู้สนใจสามารถดาวโหลดใบสมัครและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แนบท้ายด้านล่างนี้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลข 02 628 5646 ต่อ 113 หรือ 02 696 3004, 02 207 5804 ในวันจันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00-12.00 น. และ 13.30-16.30 น.
2. ส่งเอกสารการสมัครที่สมบูรณ์พร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้อง ฉบับจริงจำนวน 1 ฉบับ พร้อมด้วยฉบับสำเนาจำนวน 2 ฉบับ ได้ทางไปรษณีย์หรือเดินทางไปส่งใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ “สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อาคารสำนักงาน กศน. ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ ถ.ราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300” (วงเล็บมุมซองว่า “สมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับครูประจำการ 2561) ภายในวันที่ 22 มกราคม 2561 เท่านั้น หากพ้นจากวันที่กำหนดจะถือว่าขาดคุณสมบัติในการสมัคร
- กรณีส่งทางไปรษณีย์ จะนับตราประทับไปรษณีย์ ในวันที่ 22 มกราคม 2561
- กรณีส่งเอกสารด้วยตนเอง สิ้นสุดการรับสมัครในวันที่ 22 มกราคม 2561 ระหว่างเวลา 8.30-16.30 น. เท่านั้น
3. สอบข้อเขียนวิชาภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ณ เจแปนฟาวน์เดชั่น ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ
(ผู้สมัครสามารถศึกษาตัวอย่างข้อสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นได้ที่ http://www.studyjapan.go.jp/en/toj/toj0302e-32.html#1)
4. ประกาศผลสอบข้อเขียน วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 16.00 น. ทางเว็บไซด์ www.th.emb-japan.go.jp และ www.bic.moe.go.th
5. สอบสัมภาษณ์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 9.00 – 16.00 น. ณ สำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
6. ประกาศผลการสอบสัมภาษณ์ วันที่ 2 มีนาคม 2561 เวลา 16.00 น. ทางเว็บไซด์ www.th.emb-japan.go.jp และ www.bic.moe.go.th
7. ประชุมชี้แจงผู้ที่ผ่านการคัดเลือก วันที่ 8 มีนาคม 2561 เวลา 14.00 น. ณ สำนักข่าวสารญี่ปุ่น (Multi Purpose Hall) สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
8. จัดส่งใบสมัครฉบับสมบูรณ์ให้สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นฯ วันที่ 16 มีนาคม 2561 เวลา 09.30 – 12.00 น. ณ สำนักข่าวสารญี่ปุ่น (Multi Purpose Hall) สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
หลักฐานการสมัคร
1. ใบสมัคร (ฉบับจริง) พร้อมติดรูปถ่าย
2. ใบแสดงความจำนงเลือกมหาวิทยาลัย (Placement Preference Form) ฉบับจริง
3. ใบประมวลผลการศึกษา (transcript) ระดับปริญญาตรี และปริญญาโท (ถ้ามี) ภาษาอังกฤษ (ฉบับจริง)
4. สำเนาใบปริญญาบัตรระดับปริญญาตรี และและปริญญาโท (ถ้ามี)
5. คำแปลปริญญาบัตร (ข้อ 3) เป็นภาษาอังกฤษ ออกโดยมหาวิทยาลัยที่จบการศึกษา (ฉบับจริง)
6. ใบรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ออกโดยสถานที่ทำงานปัจจุบัน (ฉบับจริง)
7. Admission Form (บัตรประจำตัวเข้าสอบ) พร้อมติดรูปถ่าย **ให้ผู้สมัครนำส่งทั้งสองส่วน ไม่ต้องตัดเก็บไว้ เนื่องจากจะได้รับในวันเข้าสอบข้อเขียน**

- Application Guidelines
- Annex
- Application form
- Placement Preference Form
- Admission Form

********************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
15 ธันวาคม 2560

asef 21 8 12 2560

ด้วยกระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Foundation - ASEF) ว่าจะจัดโครงการ ASEF Summer University ครั้งที่ 21 (ASEFSU21) ภายใต้หัวข้อ Youth with Disabilities ณ นครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย และนครไครส์ทเชิร์ช นิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม - 10 กุมภาพันธ์ 2561 และเชิญชวนเยาวชนจากประเทศสมาชิกการประชุมเอเชีย - ยุโรป (Asia - Europe Meeting - ASEM) เข้าร่วม

ในโครงการ ASEFSU21 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างเครือข่ายระหว่างเยาวชนจากเอเชียและยุโรป และเพื่อหารือถึงวิธีแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนที่พิการในด้านต่างๆ 8 ด้าน รายละเอียดเพิ่มเติม Click..

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้ที่ https://asiaeuropefoundation.formstack.com

****************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
8 ธันวาคม 2560

H.E.Mr.Meir Shlomo Isarael 7 12 2560

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ได้ให้การต้อนรับนายเมอีร์ ชโลโม (H.E.Mr.Meir Shlomo) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ในการนี้ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวแสดงความยินดีต่อเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยคนใหม่ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา รวมทั้งโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กไทยและเด็กอิสราเอล
เอกอัครราชทูตอิสราเอลได้กล่าวถึงทุนการศึกษาของรัฐบาลอิสราเอลที่มอบให้แก่บุคลากรของไทยเพื่อไปอบรมที่อิสราเอลในหลักสูตรต่าง ๆ รวมทั้งทุนเข้าร่วมการประชุมสัมมนา ซึ่งทุนต่าง ๆ เหล่านี้นับว่าช่วยส่งเสริมความรู้และแลกเปลี่ยนทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้สอบถามถึงทุนการศึกษาที่จะช่วยส่งเสริมความคิดวิเคราะห์ และการสร้างจิตสำนึกที่ดีเพื่อปลูกฝังให้แก่เด็กและเยาวชน เพราะกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญการพัฒนาเด็กทางด้านนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ แจ้งว่ามีทุนดังกล่าวเช่นเดียวกัน และอาจมีการประสานงานร่วมกันต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่ามีความสนใจทางประวัติศาสตร์และการต่อสู้ของชาวอิสราเอล เพราะการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ทำให้เห็นมุมมอง แนวคิด และหลักปรัชญาสำคัญ ๆ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของไทยก็ได้ให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของนักเรียนทุกระดับ ในการนี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โฮโลคอส (Holocaust) ของอิสราเอล ซึ่งอาจเปรียบได้กับเรื่องราวของเหตุการณ์ทุ่งสังหาร (Killing Field) ที่เกิดขึ้นในกัมพูชา ทั้งนี้ ทุกชาติต่างก็มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ควรจะนำมาเป็นบทเรียนแก่ชนรุ่นหลัง ซึ่งในเรื่องของโฮโลคอสนั้น รัฐบาลอิสราเอลมีหลักสูตรที่พร้อมจะให้การฝึกอบรมแก่ครู รวมทั้งการจัดเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ พร้อมกันนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้จัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์โฮโลคอสเป็นประจำทุกปี จึงขอเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้เกียรติเข้าร่วมงานที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2561 ด้วย
เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดินทางเยือนอิสราเอล พร้อมทั้งสอบถามสนใจที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอิสราเอล ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่าอิสราเอลมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และการพัฒนาที่น่าสนใจหลายอย่าง ดังนั้น หากมีโอกาสไปเยือนอิสราเอลก็มีความสนใจ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ แนวนโยบาย แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยี และปรัชญาของการดำรงอยู่

H.E.Mr.Meir Shlomo Isarael 1 7 12 2560

*******************************

กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี 1
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.
7 ธันวาคม 2560

สรุปผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอ ครั้งที่ 40
(40th SEAMEO High Officials Meeting: SEAMEO HOM)
ระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2560
ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์
*************************************

SEAMEO HOM 7 12 2560

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) ครั้งที่ 40 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

1. พิธีเปิดการประชุม วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น. โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอ ครั้งที่ 40 ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ที่ได้จัดการประชุมสำคัญครั้งนี้ อ่านต่อ..

SEAMEO HOM1 7 12 2560.pdf

************************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
7 ธันวาคม 2560

asep 1 12 2560

ข่าวประชาสัมพันธ์
การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 12
และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 8
30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2560
ห้องวิมานทิพย์ ชั้น 5 โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์
กรุงเทพมหานคร
***************************

ดร. วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 12 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2560 ณ ห้องวิมานทิพย์ ชั้น 5 โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการด้านอาเซียนของกระทรวงศึกษาธิการไทยภายใต้แผนงานการศึกษาของอาเซียน พ.ศ. 2559 – 2563 ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปี 2559 - 2560 ได้แก่ การจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ASEAN Way Forward for SDGs and COP21 through Social and Sustainability Sciences เมื่อต้นปี 2560 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ มีกำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ASEAN Technical Meeting and Multi- takeholder Policy Dialogue ในเดือนธันวาคม ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน 2560 นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยมศึกษาอาเซียน (ASEAN Student Exchange Programme – ASEP) โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการซึ่งจะได้ประสานกับประเทศสมาชิกอาเซียนและสำนักเลขาธิการอาเซียนเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการต่อไป

จากนั้น ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานภายใต้แผนงานการศึกษาของอาเซียน พ.ศ. 2559 – 2560 ซึ่งประเทศไทยมีส่วนร่วมดำเนินการ ได้แก่ การพัฒนากรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนและการนำไปใช้ในการอ้างอิงระดับชาติ (นำเสนอโดยผู้แทนสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา) การเสริมสร้างกิจกรรมการแลกเปลี่ยนระดับอาชีวศึกษาและการพัฒนาการฝึกอบรมร่วมกับ Regional Cooperation Programme to improve the Training of TVET: RECOTVET (โดยผู้แทน สอศ. ร่วมนำเสนอด้วย) และการดำเนินงานภายใต้กรอบ ASEAN Quality Assurance Network (AQAN) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการประกันคุณภาพการศึกษาระดับภูมิภาค (นำเสนอโดยผู้แทนสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา องค์การมหาชน)

อนึ่ง ในช่วงบ่ายของการประชุม รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เรียนเชิญเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการหัวใจล้มเหลวในวัย 68 ปี ณ โรงพยาบาลรามคำแหง โดยนับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ได้ดำเนินกิจกรรมอันทรงคุณประโยชน์นานัปการให้แก่ประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และต่อโลก

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียนบวกสาม มีกำหนดจัดเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2561 เมียนมาในฐานะประธานการประชุมครั้งต่อไปได้กำหนดให้มีการประชุมในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2561 ณ กรุงเนปิดอร์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

*****************************

ข้อมูลโดย สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.

1 ธันวาคม 2560

Nobel Prize 1 12 2560ขอเชิญเสนอชื่อบุคคลผู้มีผลงานโดดเด่นด้านการรักษาสันติภาพเพื่อเข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ (Nobel Prize) ประจำปี 2561
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.nobelpeaceprize.org

*****************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
1 ธันวาคม 2560

SEAMEO Schools Network in 2017 24 11 2017

สำนักเลขาธิการซีมีโอประกาศรับสมัครสถานศึกษาทุกระดับเข้าร่วมโครงการ “SEAMEO Schools’ Network in 2017” (ชื่อเดิม SEAMEO 50 x 3 Schools’ Network) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 29 ธันวาคม 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ นักเรียนและนักศึกษา ผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบ ได้แก่ การฝึกอบรมออนไลน์ การสนทนาแบบ face-to-face รวมทั้งการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
        สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนทุกระดับชั้นเรียน ได้แก่ อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา เทคนิคและอาชีวศึกษา รวมทั้งมหาวิทยาลัย จากประเทศสมาชิกซีมีโอ 11 ประเทศ (ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม) สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
        สำหรับข้อมูลโครงการ “SEAMEO Schools’ Network in 2017” สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.seameo.org สถานศึกษาที่สนใจสามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ SEAMEO_School_Network ถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2560 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. รายละเอียดเพิ่มเติม Click..

*************************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
24 พฤศจิกายน 2560

ด้วย กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า รัฐบาลอินเดียได้เสนอให้ทุนแก่รัฐบาลไทย เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมหลักสูตรต่าง ๆ ประจำปี 2560 – 2561 จำนวน 72 หลักสูตร โดยแหล่งทุนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้ง ค่าเดินทางไป – กลับระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ผู้สมัครรับทุนจะต้องมีอายุระหว่าง 25 – 45 ปี และไม่เคยได้รับทุนรัฐบาลอินเดียภายใต้ ITEC Programme และ TCS of Colombo Plan มาก่อน ต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษชุด DIFA TES หรือ TOEFL IELTS หรืออื่น ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เทียบเท่าเกณฑ์วัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของ Common European Framework of Reference (CEFR) อย่างน้อยระดับ B1 ซึ่งผลการทดสอบดังกล่าว  ต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่เข้ารับการทดสอบ นอกจากนี้ ผู้สนใจสมัครรับทุนจะต้องมีหนังสือจากหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อเสนอชื่อให้สมัครรับทุนในหลักสูตรที่สนใจเพียง 1 หลักสูตรเท่านั้น รวมทั้งต้องจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สมัครรับทุน และใบสมัครรับทุนรัฐบาลอินเดียส่งให้ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมสำเนาผลการทดสอบภาษาอังกฤษภายในวันปิดรับสมัคร จึงขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจทราบต่อไป ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://tica.thaigov.net หัวข้อ “ทุนรัฐบาลอินเดีย”

**********************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
13 พฤศจิกายน 2560

island 13 11 2560

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.30 น. Mr. John Halligan T.D. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐไอร์แลนด์ พร้อมด้วย H.E. Mr. Brendan Rogers เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐไอร์แลนด์ประจำประเทศไทยและคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือความร่วมมือด้านการศึกษา ณ ห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
    โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐไอร์แลนด์ กล่าวว่า ไอร์แลนด์ได้รับการจัดอันดับว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดของโลก มีสถาบันอุดมศึกษาที่เน้นการฝึกฝนทักษะ การฝึกงาน และการพัฒนาการวิจัย ปัจจุบัน มีนักศึกษาจากทั่วโลกเดินทางมาศึกษาต่อที่ไอร์แลนด์กว่า 10,000 คน โดยเฉพาะในสาขาวิชา STEM และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ไอร์แลนด์ได้ริเริ่มกลยุทธ์ใหม่ ได้แก่ Academic Mobility และ Student Mobility เพื่อพัฒนาการศึกษาของไอร์แลนด์ สำหรับการเดินทางเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมงานมหกรรมการศึกษาต่อต่างประเทศ (OCSC International Education Expo 2017) ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ และพบปะหารือกับผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาของไทย รวมถึงบุคคลที่ทำงานด้านการศึกษา นักวิชาการศึกษา และเยี่ยมเยียนชุมชนชาวไอริช ทั้งนี้ Mr. John Halligan T.D. ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดินทางเยือนสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เพื่อเยี่ยมชมระบบการศึกษา และหารือแนวทางความร่วมมือในด้านต่าง ๆ
    เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า นับตั้งแต่การเปิดสถานเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อปี 2558 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีผู้บริหารจากกระทรวงศึกษาธิการของไอร์แลนด์เดินทางมาเยือนประเทศไทย และจากสถิติในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่า มีนักเรียน นักศึกษาไทย เดินทางไปศึกษาต่อที่ไอร์แลนด์เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ ในการนี้ ฝ่ายไอร์แลนด์ยินดีที่จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาไทย เดินทางไปศึกษาต่อที่ไอร์แลนด์มากขึ้น รวมทั้งแบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของไอร์แลนด์ด้วย
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวชื่นชมการพัฒนาการศึกษาของไอร์แลนด์ พร้อมทั้งได้เสนอความเป็นไปได้ที่จะขยายความร่วมมือกับไอร์แลนด์ ดังนี้
        1. การพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) สหรัฐอเมริกา เข้ามาจัดการศึกษาในประเทศไทยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในรูปแบบสถาบันร่วม (Joint Institute) นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ในการนี้ จึงขอเชิญชวนสถาบันการศึกษาของไอร์แลนด์เข้ามาจัดการศึกษาที่มีคุณภาพร่วมกับไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการดำเนินความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและไอร์แลนด์ ที่ได้ลงนามเมื่อปี 2558 ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
        2. การส่งเสริมนักเรียน นักศึกษาไทย เดินทางไปศึกษาต่อที่ไอร์แลนด์มากขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักเรียน นักศึกษาไทยตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ไอร์แลนด์น้อย เนื่องจากปัญหาด้านภาษา จึงเสนอแนะว่าควรจะเน้นกลุ่มเป้าหมายนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติ และกำลังจะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านภาษามากกว่า โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวนโรงเรียนนานาชาติมากกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาและการประชาสัมพันธ์การเรียนภาษาอังกฤษในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เพื่อกระตุ้นให้มีผู้สนใจไปศึกษาต่อที่ไอร์แลนด์มากขึ้น เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา หรือออสเตรเลีย

island1 13 11 2560*********************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ภาพ : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี
10 พฤศจิกายน 2560

Page 1 of 145