Thu, Nov 23, 17

fb 50pxTel.+66 2628 5646 Fax.+66 2281 0953

ประวัติ

กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินงานความร่วมมือกับต่างประเทศมาเป็นเวลาช้านาน แต่ได้หยุดชะงักไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังสงครามโลกดังกล่าวกระทรวงศึกษาธิการได้มีการติดต่อกับต่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง แต่งานด้านการติดต่อกับต่างประเทศในขณะนั้นยังไม่มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยเฉพาะ หลังจากที่ทหารพันธมิตรออกไปจากประเทศไทยแล้ว ได้มีองค์การต่างๆ ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เช่น องค์การบริหารวิเทศกิจสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (USOM) มูลนิธิการศึกษาตามรัฐบัญญัติฟุลไบร์ (Fulbright) นอกจากนีั้ยังมีองค์การระหว่างประเทศเกิดขึ้นอีกมากมายที่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศไทย โดยเฉพาะที่กระทรวงศึกษาธิการติดต่อด้วยมากที่สุดคือ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization หรือ UNESCO)

เมื่อปรากฎว่ากิจการด้านต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดตั้งกองพิเศษให้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศและรับรองชาวต่างประเทศโดยตรงขึ้น ในที่สุดได้มีประกาศพระราชกฤษฏีกา จัดวางระเบียบราชการสำนักเลขานุการรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2491 ตั้ง "กองการต่างประเทศ" ห้สังกัดในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ม.ล.มานิจ ชุมสาย เป็นผู้อำนวยการกอง และได้แบ่งงานเป็น 3 แผนก ดังนี้

1. แผนกองค์การต่างประเทศ

2. แผนกข่าวสาร

3. แผนกการศึกษาต่างประเทศ

ต่อมาในปี พ.ศ.2494 ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฏีการจัดวางระเบียบราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทวงในกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2494 ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2494 จากผลแห่งการประกาศทำให้มีการเปลี่ยนชื่อจาก "กองการต่างประเทศ" เป็น "กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ" และในปีพ.ศ.2521 ได้แบ่งงานออกเป็น 4 ฝ่าย ดังนี้

1. ฝ่ายองค์การต่างประเทศ

2. ฝ่ายข่าวสารและวิชาการ

3. ฝ่ายการศึกษาต่างประเทศ

4. ฝ่ายประสานงาน (ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นฝ่ายประสานงานและการประชุมนานาชาติ เมื่อปี พ.ศ.2528)

กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ ทำหน้าที่ประสานงานด้านการต่างประเทศทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นศูนย์กลางติดต่อราชการระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับรัฐบาลและหน่วยงานต่างประเทศอีกมากมาย ในขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับความช่วยเหลือในการปรับปรุงการศึกษาจากองค์การยูเนสโกและจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังได้รับความร่วมช่วยเหลือจากองค์การนานาชาติ รัฐบาลต่างประเทศ และองค์การเอกชนอื่นๆ อีกด้วย มีหน้าที่เสนอความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา เสนอแนะนโยบายและติดตามการดำเนินงานด้านต่างประเทศ ติดต่อประสานงาน กับองค์กรหรือหน่วยงานด้านต่างประเทศ ดำเนินการเกี่ยวกับสำนักเลขาธิการของคณะกรรมการแห่งชาติของ องค์การระหว่างประเทศ เช่น ยูเนสโก ซีมีโอ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังทำการส่งเสริม เผยแพร่ และบริการข้อมูล ข่าวสารทางวิชาการ ทุนการศึกษา วิจัย ฝึกอบรมและดูงาน ณ ต่างประเทศ จัดประชุมและเจรจาธุรกิจนานาชาติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กำหนดท่าทีและประสานนโยบาย ส่งคณะผู้แทนไทยไปประชุมนานาชาติ จัดสรรงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนองค์การต่างประเทศตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกันและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นๆ ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและกรมอื่นๆ ในกระทรวง ศึกษาธิการ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. ได้ส่งเสริมพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งในกรอบพหุภาคีและทวิภาคี ซึ่งโครงสร้างและบุคลากรของกองการสัมพันธ์ต่างประเทศได้รับการพัฒนามาโดย ลำดับจนถึงปัจจุบัน แต่เนื่องจากปัจจุบันมีกรอบความร่วมมือใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ ปัจจุบันตามที่ได้มีการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2546 และตามกฏกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้มีการเปลี่ยนชื่อจากกองการสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. เป็น "สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สต.สป.)" เพื่อจัดระบบงานใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลเรื่อง การปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

นอกจากการปฏิบัติงานประจำข้างต้นแล้ว สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ยังทำหน้าที่เป็น "สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และเป็น "สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีมีโอ) อีกด้วย โดยมี ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 เป็นต้นมา จนถึงสมัยที่นายจรูญ วงศ์สายันห์ เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2517-2520) จึงได้แต่งตั้งให้รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ฝ่ายต่างประเทศ) ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาฯ สหประชาชาติ และผู้อำนวยการกองการสัมพันธ์ต่างประเทศ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติฯ อีกตำแหน่งหนึ่ง

รายชื่อผู้อำนวยการตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน

1.ม.ล.มานิจ ชุมสายพ.ศ.2491-2493
2.นายบุญถิ่น อัตถากร พ.ศ.2493-2501
3.นายนพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา พ.ศ.2501-2511
4.น.ส.รัญจวญ อินทรกำแหงพ.ศ.2511-2515
5.นายบรรจง ชูสกุลชาติพ.ศ.2515-2518
6.นายประพัฒน์ แสงวณิชพ.ศ.2518-2521
7.นายวิชัย ตันศิริพ.ศ.2521-2525
8.นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์พ.ศ.2525-2532
9.นางพรนิภา ลิมปพยอมพ.ศ.2532-2536
10.นางดวงทิพย์ สุรินทาธิปพ.ศ.2536-2537
11.น.ส.สุทธาสินี วัชรบูลพ.ศ.2537-2538
12.นางดวงทิพย์ สุรินทาธิปพ.ศ.2538-2541
13.น.ส.สุจิตรา จิตรานุเคราะห์พ.ศ.2541-2546
14.น.ส.จุไรรัตน์ แสงบุญนำพ.ศ.2546-2551
15.นายไพศาล วิศาลาภรณ์พ.ศ.2551-2554
16.น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์พ.ศ.2554-2559
17.นางยุวดี ภูริโภไคยพ.ศ.2559-2559
18.นางสาวนงศิลินี โมสิกะพ.ศ.2559-ปัจจุบัน

----------------------------