กลไกการดำเนินงานของยูเนสโก

unesco meetingroom

           กลไกการดำเนินงานของยูเนสโก องค์การยูเนสโกมีกลไกในการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ การประชุมสมัยสามัญ การประชุมคณะกรรมการบริหาร และสำนักเลขาธิการยูเนสโก โดยแต่ละส่วนจะดำเนินการดังนี้

1. การประชุมสมัยสามัญ (General Conference)
          ที่ประชุมสมัยสามัญ เป็นกลไกที่มีอำนาจบริหารสูงสุดในการตัดสินใจขององค์การยูเนสโก และเป็นแหล่งรวมผู้แทนของประเทศสมาชิก ที่มีการประชุมทุก ๒ ปี ปกติการประชุมจะจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก ณ กรุงปารีส ในอดีตบางสมัยประชุมจัดขึ้นที่ กรุงเม็กซิโก (พ.ศ.2490) กรุงฟรอเรนส์ (พ.ศ.2493) เมืองโซเฟีย (พ.ศ.2528) นอกจากจะมีความเห็นชอบตามคำเชิญของประเทศสมาชิกที่จะจัดการประชุมในประเทศของตน ภารกิจหลักของที่ประชุมได้มีการกำหนดไว้ในมาตรา 4 ของธรรมนูญองค์การยูเนสโก ได้แก่ การพิจารณานโยบายทั่วไปขององค์การ ให้คำปรึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์การสหประชาชาติ รับรองยุทธศาสตร์ระยะกลางของยูเนสโก 8 ปี หรือ Medium-Term Strategy (เอกสาร C/4) โครงการและงบประมาณระยะ ๔ ปี หรือ Programme and Budget (เอกสาร C/5) รับรองร่างข้อเสนอแนะให้แก่ประเทศสมาชิก และอนุสัญญาระหว่างประเทศซึ่งต้องผ่านการให้สัตยาบันโดยประเทศสมาชิก เลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการบริหาร สมาชิกของคณะกรรมการและคณะกรรมาธิการบางคณะ รวมทั้งสมาชิกตามโครงสร้างของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล แต่งตั้งผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบริหาร ออกเสียงในเรื่องอัตราค่าบำรุงสมาชิก รวมทั้งการกำหนดหรือรับรองเรื่องบริหารที่สำคัญขององค์การ ซึ่งองค์การยูเนสโกจะมีการจัดทำคู่มือการประชุมให้แก่ผู้แทน โดยมีการระบุรายละเอียดและลักษณะสำคัญในการประชุมทั้งหมดไว้ หรือที่เรียกว่า Basic Text

2. คณะกรรมการบริหาร (Executive Board)
          คณะกรรมการบริหาร เป็นคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง ประกอบไปด้วยประเทศสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 58 ประเทศ มีการเลือกตั้งกรรมการจำนวนครึ่งหนึ่งในการประชุมสมัยสามัญทุก 2 ปี โดยกรรมการบริหารจะอยู่ในวาระคราวละ 4 ปี และจะต้องปฏิบัติงานตั้งแต่การประชุมสมัยสามัญที่ตนได้รับเลือกสิ้นสุดลง จนถึงการประชุมสมัยสามัญต่อไปอีก 2 ครั้ง โดยปกติการประชุมคณะกรรมการบริหารจะมีขึ้นปีละ 2 ครั้ง โดยกรรมการจะมีการกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อความเท่าเทียมกัน ประเทศสมาชิกจะแต่งตั้งผู้แทน 1 คน และผู้แทนสำรองเข้าไปนั่งเป็นกรรมการ คณะกรรมการบริหารจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบโครงการ งานและงบประมาณขององค์การที่เกี่ยวข้อง ควบคุมดูแลการบริหารงาน โครงการที่ดำเนินการโดยผู้อำนวยการใหญ่ และเรื่องสำคัญที่เสนอต่อที่ประชุมสมัยสามัญ
          การแก้ไขธรรมนูญองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ.2534 (ค.ศ.1991) ได้รับการรับรองในที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 26 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ในปัจจุบันรัฐสมาชิกสามารถสมัครเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการบริหารโดยแต่งตั้งผู้แทนและผู้แทนสำรอง” การปฏิรูปนี้ได้แก้ไขมาตราที่ 5 ของธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของสมาชิกในคณะกรรมการบริหารนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2536 (ค.ศ. 1993) เป็นต้นมา คณะกรรมการบริหารจะประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกมากกว่าผู้แทนที่เป็นบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกตามความสามารถส่วนบุคคล

3. สำนักเลขาธิการยูเนสโก (UNESCO Secretariat)
          สำนักเลขาธิการจะประกอบด้วยผู้อำนวยการใหญ่ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และพนักงานตามความจำเป็น สมาชิกในสำนักเลขาธิการจะเป็นข้าราชการพลเรือนในระดับสากล ซึ่งทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รอบคอบและมีจิตสำนึก ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในฐานะข้าราชการพลเรือนระดับสากลขององค์การยูเนสโก โดยมีการวางระเบียบเพื่อให้พนักงานคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์การยูเนสโก ไม่แสวงหาหรือรับคำสั่งในการปฏิบัติงานจากรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารอื่นใดนอกเหนือจากองค์การ

          ผู้อำนวยการใหญ่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารสูงสุดขององค์การยูเนสโก ภายใต้ธรรมนูญมาตรา 6.2 ผู้อำนวยการใหญ่ได้รับการเสนอชื่อโดยคณะกรรมการบริหาร และได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมสมัยสามัญให้ดำรงตำแหน่ง 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซ้ำอีก 4 ปี แต่ไม่มีสิทธิที่จะขยายวาระการดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระ ผู้อำนวยการใหญ่หรือผู้แทนจะเข้าร่วมการประชุมสมัยสามัญ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการขององค์การทุกการประชุม และตามธรรมนูญมาตราที่ 6.4 และมาตรา 4.1 ของระเบียบพนักงาน ผู้อำนวยการใหญ่มีอำนาจในการแต่งตั้งพนักงานของสำนักเลขาธิการ

          ผู้อำนวยการใหญ่และพนักงานทั้งหมดขององค์การมีหน้าที่ความรับผิดชอบในระดับสากลอย่างแท้จริง นี่คือเหตุผลที่ประเทศสมาชิกขององค์การยูเนสโกให้คำมั่นว่า จะไม่เข้าแทรกแซงและให้ความเคารพต่อการดำเนินงานอย่างเป็นอิสระของผู้อำนวยการใหญ่หรือพนักงาน

          ในระยะแรกระหว่างปี พ.ศ.2489 (ค.ศ.1946) ถึง พ.ศ.2494 (ค.ศ.1951) องค์การยูเนสโกมีพนักงานจำนวนหนึ่งซึ่งแบ่งได้ประมาณ 20 ระดับ ในปี พ.ศ.2493 ระบบการจำแนกตำแหน่งได้รับการพิจารณาอีกครั้งจากการประชุมสมัยสามัญที่เมืองฟลอเรนส์ ซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในปีถัดมา ทำให้องค์การยูเนสโกมีการจัดระบบสายงานตามองค์การสหประชาชาติ การปฏิรูปนี้ทำให้โครงสร้างสำนักเลขาธิการมีการจัดระบบตามลำดับชั้นมากขึ้น โดยมีการเสนอการแบ่งพนักงานออกเป็น 2 ประเภท คือ ตำแหน่งวิชาชีพหรือวิชาชีพชั้นสูง และตำแหน่งงานบริการทั่วไป

          นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ทำงานกับองค์การยูเนสโกภายใต้โครงการ ได้แก่ นักวิชาชีพรุ่นเยาว์ (Young Professional) ผู้เชี่ยวชาญสมทบ (Associate Experts) และยังมีการเสนอการฝึกงานเป็นเวลา 1-4 เดือน ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก และสำนักงานสาขาให้แก่นักศึกษาในสาขาต่างๆ และนักวิจัย

          ตำแหน่งว่างทุกตำแหน่งจะมีการเผยแพร่ในระบบออนไลน์บนเว็บไซต์ขององค์การ และมีรายละเอียดของตำแหน่งประกอบด้วย อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า มีการรับสมัครตำแหน่งสองประเภทคือ ภายในและภายนอก รายละเอียดของตำแหน่งว่างจะระบุถึงตำแหน่งและคุณสมบัติที่ต้องการ (ข้อมูลโดยรวม) หน้าที่ (ความรับผิดชอบหลัก) ค่าตอบแทน (เงื่อนไขการว่าจ้าง) และวิธีการรับสมัคร ซึ่งจะจัดส่งให้แก่คณะกรรมการแห่งชาติทุกๆ ประเทศ

          โครงสร้างของสำนักเลขาธิการสำนักงานใหญ่มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ ตั้งแต่ได้มีการเสนอให้มีการปฏิรูปองค์การในปี พ.ศ.2543 (ค.ศ.2000) องค์การประกอบด้วยหน่วยงานหลัก 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายโครงการ ฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายบริหารงานกลางที่รายงานตรงต่อผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานของผู้อำนวยการใหญ่จะดำเนินการบริหารจัดการทั่วไป และประสานงานกับฝ่ายบริการกลางขององค์การยูเนสโก

 ข้อมูลอ้างอิงจากเอกสาร Handbook for National Commissions for UNESCO

รายละเอียดเพิ่มเติม : การประชุมสมัยสามัญ (General Conference)
                               คณะกรรมการบริหาร (Executive Board)
                               สำนักเลขาธิการยูเนสโก (UNESCO Secretariat)

  **************************************************************

ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2562


© 2019 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking