unicef 9-12-2557

เมื่อ วันที่ 8 ธันวาคม 2557 เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรองจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ นายบิจาญา ราชบันดาริ (Mr. Bijaya Rajbhandari) ผู้แทนยูนิเซฟประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือและขอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาทของยูนิเซฟในการสนับสนุนการดำเนิน งานของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาและบริการต่างๆได้อย่างมีคุณภาพ
    โดยในการหารือดังกล่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบการดำเนินงานขององค์การยูนิ เซฟในด้านการส่งเสริมให้เด็กที่ติดตามแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยได้มีโอกาส ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่นและภาคเอกชน เช่นการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น ทั้งนี้ ยูนิเซฟได้ดำเนินการเรื่องห้องสมุดเคลื่อนที่ (mobile library) เพื่อส่งเสริมการอ่านแก่เด็กในพื้นที่ห่างไกล โดยได้ริเริ่มดำเนินการในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในเรื่องดังกล่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแนะให้ยูนิเซฟคำนึงถึงปัจจัยด้าน อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บางโรงเรียน/ชุมชนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ อาจเกิดปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้
    ยูนิเซฟได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการที่ส่งเสริมการ ศึกษาของเด็กในพื้นที่ต่างๆ เช่น การศึกษาแบบทวิภาษาในพื้นที่ภาคใต้ของไทย โดยในเรื่องนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาได้กล่าวว่ามีความสำคัญและมีความจำเป็นที่ เด็กจะต้องเรียนรู้ทั้งภาษาแม่และภาษาไทยควบคู่กัน เพื่อให้เข้าถึงเนื้อหาความรู้ทางวิชาการได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังจัดทำ roadmap การปฏิรูปการศึกษาในเชิงพื้นที่เพื่อเป็นเขตปฏิรูปพิเศษสำหรับกลุ่มด้อย โอกาส โดยแบ่งเขตปฏิรูปการศึกษาเป็น 20 เขต มีโรงเรียน 300 แห่งเข้าร่วมโครงการ การดำเนินการจะเน้นในเรื่องการสำรวจปัญหาในการเรียนเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข ปัญหาและอุปสรรคของแต่ละโรงเรียน ทั้งนี้  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ขอให้ยูนิเซฟได้มีบทบาทและเข้าร่วม ในกิจกรรมสำหรับในพื้นที่ที่ยูนิเซฟดำเนินการอยู่ โดยในขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการและยูนิเซฟได้มีความร่วมมือและประสานงานในหลายโครงการ อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดทำโครงการ Public Expenditure Survey เพื่อสำรวจการใช้จ่ายและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านงบประมาณการศึกษา  ที่จะมีทั้งส่วนที่เป็นแบบอย่างที่ดีและข้อแก้ไขปรับปรุงต่อไป
    นอกจากนี้ ยูนิเซฟได้ติดตามการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการในประเด็นอื่นๆ เช่น ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ประกอบการการวิเคราะห์หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนด้านเพศศึกษาของ ประเทศไทย โดยกระทรวงศึกษาธิการจะได้ดำเนินการร่วมกับองค์การยูนิเซฟและองค์การของสห ประชาชาติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งหน่วยงานเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ด้วย รวมถึงประเด็นการลงโทษ การล่วงละเมิดทางเพศเด็กในโรงเรียน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนองค์การยูนิเซฟมีความเห็น ร่วมกันว่าควรจัดให้มีการประชุมหารือเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและองค์การยูนิเซฟอีกครั้งในช่วงต้นปี 2558

**************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
9 ธันวาคม 2557


© 2021 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking