สรุปการหารือระหว่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
และ นาย Nils Schmid รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจแห่งรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก (Baden Württemberg)

 Baden Wurttemberg1-06-05-2557


        นาย Nils Schmid รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจแห่งรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก (Baden Württemberg) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษาและกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยและรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุม 4 สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

Baden Wurttemberg2-06-05-2557 


         ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวถึงความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทย และเยอรมนีที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะด้านอาชีวศึกษา ซึ่งเยอรมนีประสบความสำเร็จอย่างมากในการจัดการ เรียนการสอนแบบทวิภาคี และต้องการให้ไทยและเยอรมนีมีความร่วมมือด้านการศึกษาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต้อนรับผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีเข้ามาช่วยปฏิรูป หลักสูตรและพัฒนามาตรฐานวิชาชีพการอาชีวศึกษาของไทย ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแรงงานฝีมือ ซึ่งถือเป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายเพิ่มสัด ส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษากับสามัญศึกษาของไทยให้เป็น 51 : 49 โดยการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชนและการสร้างค่านิยมที่ดีเกี่ยวกับการ ศึกษาในภาคอาชีวศึกษา

 

Baden Wurttemberg3 06-05-2557


        นาย Nils Schmid รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจแห่งรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กล่าวถึงรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก ว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจของเยอรมนี โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม และประชากรของรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก มีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับ 3 ของเยอรมนี ซึ่งการประสบความสำเร็จในภาคอุตสาหกรรมนั้น มีพื้นฐานมาจากการที่ภาคเอกชนให้การสนับสนุนการศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริง จัง และได้ทราบว่าประเทศไทยให้ความสำคัญในการพัฒนาการอาชีวศึกษาและระบบการศึกษา ทวิภาคี ซึ่งทางรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก มีความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการของไทยในการแบ่งปัน ประสบการณ์และส่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทย นอกจากนี้ผู้แทนฝ่ายเยอรมนี ได้ย้ำบทบาทของภาคเอกชนในการฝึกอบรมนักเรียนว่านอกจากการฝึกอบรมในภาค ปฏิบัติแล้ว ยังต้องมีการปลูกฝังความภักดีต่อองค์กรให้แก่นักเรียนด้วย เนื่องจากเมื่อนักเรียนจบการศึกษาจากสถาบันอาจจะย้ายไปเริ่มต้นทำงานกับ บริษัทอื่นๆ ซึ่งทำให้ภาคเอกชนต้องแข่งขันกันเพื่อร่วมพัฒนาการศึกษาทวิภาคีและทำงานร่วม กับสถาบันการศึกษาอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคี ประมาณร้อยละ 75

Baden Wurttemberg4 06-05-2557


        ทั้งนี้ ภายหลังการหารือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและนาย Nils Schmid รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจแห่งรัฐบาเดน - เวือร์ทเทมแบร์ก ได้เป็นสักขีพยานในการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือระหว่างกระทรวง ศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการศึกษา เยาวชน และกีฬาแห่งรัฐบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมี นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย และ Mr. Hartmut Mattes รองผู้อำนวยการกองการอาชีวศึกษา กระทรวงการศึกษา เยาวชน และกีฬาแห่งรัฐบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก เป็นผู้ลงนามฝ่ายเยอรมนี

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแห่งรัฐบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

***************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
6 พฤษภาคม 2557


© 2021 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
Real time web analytics, Heat map tracking