การก่อตั้งและการพัฒนาขององค์การซีมีโอ

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ 2508 รัฐมนตรีศึกษาและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบการวางแผนด้านเศรษฐกิจจากประเทศเอเชีย ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมขององค์การยูเนสโกที่กรุงเทพฯ และในขณะนั้น หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ถือโอกาสเชิญ รัฐมนตรีศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 5 ประเทศ คือ ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม มาประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อเสนอแนวคิดเกี่ยวกับความร่วมมือในระดับ ภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีศึกษาเหล่านั้นยังไม่แน่ใจว่าจะก่อตั้งองค์การในลักษณะใด แต่หากพิจารณาจากผลการประชุมในครั้งนั้น คำว่า Southeast Asian Ministers of Education Council (SEAMEC) หรือ ซีเมค ซึ่งหมายถึงสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เริ่มเป็นที่ รู้จักแล้ว รัฐมนตรีศึกษาจึงได้หารือร่วมกัน พร้อมทั้งได้เสนอแนะให้สถาบันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางแห่งดำเนิน โครงการระดับภูมิภาคโดยผู้เชี่ยวชาญของประเทศสมาชิกให้ความช่วยเหลือในการ ให้คำปรึกษาด้านวิชาการแก่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความ สนใจ เป็นที่น่าสังเกตว่าหลายสถาบันที่รัฐมนตรีศึกษาได้กล่าวถึงในโอกาสนั้น ได้รับเลือกให้เป็นศูนย์และโครงการต่างๆ ของซีมีโอในช่วงต่อมา ซึ่งในปัจจุบันได้ให้บริการในระดับภูมิภาคแก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลังจากการประชุมครั้งแรก ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2508 ได้มีการจัดตั้งสำนักเลขาธิการชั่วคราว (Interim Secretariat) ขึ้นที่กองแผนงาน กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทยโดยมี ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ เป็นผู้อำนวยการชั่วคราว สำนักเลขาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบในการเตรียมเสนอโครงการความร่วมมือระดับภูมิภาค

ในการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 2 ที่กรุงมะนิลาในเดือนพฤศจิกายน 2509 นับว่าเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาองค์การ เนื่องจากทั้ง 6 ประเทศได้ตกลงที่จะร่วมกันจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศ โดยใช้ชื่อว่าองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้มีการร่างกฎบัตรขึ้นและพร้อมที่จะลงนามในการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษา แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งต่อไป และในระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่องค์การชั่วคราวซึ่งมาจากประเทศต่างๆ ได้จัดเตรียมแผนพัฒนาโครงการสำหรับศูนย์และโครงการต่างๆ ในระดับภูมิภาค สำนักเลขาธิการชั่วคราวได้ให้ความร่วมมือในการจัดสัมมนาระดับชาติและระดับ ภูมิภาคเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการกำหนดแผนพัฒนา นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมเสนอโครงการสำหรับศูนย์ระดับภูมิภาคและโครงการต่างๆ ดังนี้

1) สถาบันบัณฑิตศึกษาเกี่ยวกับวิศวกรรมสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Regional Graduate School of Engineering of Southeast Asia)
2) ศูนย์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับเวชศาสตร์เขตร้อน
(Southeast Asian Regional Center for Tropical Medicine)
3) สถาบันระดับภูมิภาคเกี่ยวกับบัณฑิตศึกษาและการวิจัยในด้านการเกษตร
(Regional Institute for Graduate Study and Research in Agriculture)
4) สถาบันอุดมศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Southeast Asian Institute of Higher Education)
5) ศูนย์ระดับภูมิภาคเกี่ยวกับการศึกษาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
(Regional Center for Education in Science and Mathematics)
6) ศูนย์ระดับภูมิภาคเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
(Regional English Language Center)
7) ศูนย์พัฒนาหนังสือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Southeast Asian Book Development Center)
8) สถาบันระดับภูมิภาคเกี่ยวกับวิทยุและโทรทัศน์เพื่อการศึกษา
(Regional Institute of Educational Radio and Television)
9) การประชุมปฏิบัติการเกี่ยวกับสื่อการเรียนการสอน
(Instructional Materials Workshop)
10) การสัมมนาระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับ การวางแผนด้านการศึกษาและการประเมินกำลังคน ครั้งที่ 2
(The Second Southeast Asian Regional Manpower Assessment and Educational Planning Seminar)

องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Click..

SEAMEO Community Involvement Activities, implemented by SEAMEO Units are as follows:

Progress Report

49 th seameo 27 7 2560

นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธานสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) เป็นประธานการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ 49 และส่งมอบตำแหน่งประธานสภาซีเมคแก่ H.E. Prof. Dr. Muhadjir Effendy รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมอินโดนีเซีย

49 th seameo 1 27 7 2560วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 15.00 น. ณ โรงแรม Mulia Senayan กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียนายแพทย์ ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) เป็นประธานการประชุมวาระเฉพาะของการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ 49 โดยประเด็นสำคัญที่มีการพิจารณาในการประชุมวาระเฉพาะ ประกอบด้วย การรายงานความก้าวหน้าการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอแห่งใหม่ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ด้านการพัฒนาการศึกษาทางเทคนิคของซีมีโอในกัมพูชา (SEAMEO TED) ศูนย์ด้านการดูแลและการศึกษาเด็กปฐมวัยและบทบาทสถาบันครอบครัวในอินโดนีเซีย (SEAMEO CECCEP) และศูนย์ด้านการพัฒนาการศึกษาในชุมชนใน สปป, ลาว (SEAMEO CED) นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เสนอเรื่องการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนของซีมีโอ (SEAMEO SEPS) และศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาของซีมีโอ (SEAMEO STEM-ED) ด้วย

จากนั้น ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.30 น. รัฐมนตรีไทยฯ ได้เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ 49 โดยได้กล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมของอินโดนีเซียที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งรัฐมนตรีศึกษาและเจ้าหน้าที่จากประเทศสมาชิกซีมีโอ สมาชิกสมทบ หน่วยงานที่เป็นสมาชิกสมทบ ผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ ศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอ และสำนักงานเลขาธิการซีมีโอ ที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวยินดีในความสำเร็จของการดำเนินงานในกรอบซีมีโอกว่า 50 ปี และชื่นชมความมุ่งมั่นของศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอ ในการบรรลุความสำเร็จในการดำเนินโครงการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาการศึกษาเพื่อณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ได้แสดงความยินดีต่อการจัดตั้งศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอแห่งใหม่ในอินโดนีเซีย กัมพูชา และ สปป. ลาว และประกาศการเสนอจัดตั้งศูนย์ฯ แห่งใหม่ในประเทศไทย จำนวน 2 ศูนย์ด้วย นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไทย ได้กล่าวขอบคุณประเทศสมาชิกที่ให้การสนับสนุนและเข้าร่วมการประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ซึ่งได้มีแลกเปลี่ยนนวัตกรรมการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพระหว่างกัน ทั้งนี้ ยังได้แจ้งเรื่องข้อริเริ่มของประเทศไทยในการจัดทำกรอบสมรรถนะวิชาชีพครูในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในท้ายสุด ได้กล่าวถึงการดำรงตำแหน่งประธานสภาซีเมค ที่ได้มีโอกาสเยือนประเทศสมาชิก และศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอ ซึ่งทำให้เห็นถึงแนวทางในการแก้ไขประเด็นท้าทายของภูมิภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาค อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

49 th seameo 2 27 7 2560

จากนั้น เวลา 11.00 น. ของวันเดียวกัน ในการประชุมเต็มคณะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไทย ได้ส่งมอบตำแหน่งประธานสภาซีเมคให้แก่ H.E. Prof Dr. Muhadjir Effendy รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมอินโดนีเซีย ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานสภาซีเมค และประธานการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ 49 โดยมี H.E. Dato’ Seri Mahdzir Khalid รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของมาเลเซีย เป็นรองประธาน การประชุมฯ ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ/กิจกรรมภายใต้ประเด็นสำคัญด้านการศึกษา 7 ประเด็น โครงการ SEA-PLM เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยนำระบบเมตริกมาประยุกต์ใช้ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน โครงการด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม (SEA-TVET) โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาครูจากมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการ SEAMEO Schools’ Network เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของโรงเรียน ครู และนักเรียนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา
และอาชีวศึกษา ความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ ระหว่างซีมีโอและประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และแอฟริกา รวมทั้งการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ Southeast Asian Agri Museum และศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาเกษตรกรรมและชุมชนในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ศูนย์ซีมีโอเซียร์ก้า ซึ่งจะมีห้องจัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาเกษตรกรรมและชุมชนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้ขอการสนับสนุนด้านงบประมาณจากประเทศสมาชิก องค์กรภาครัฐและเอกชน และหุ้นส่วนความร่วมมือ เพื่อการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ข้างต้นอีกด้วย ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย ได้แจ้งเพิ่มเติมต่อที่ประชุมถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ 50 ในปี 2562 และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของเมียนมา ได้แจ้งถึงข้อริเริ่มในการจัดตั้งศูนย์ซีมีโอแห่งใหม่ คือ “SEAMEO Regional Centre for Water and Energy Studies: SEAMEO WES” โดยจะนำเสนอในที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของซีมีโอ

49 th seameo 3 27 7 2560 อนึ่ง ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไทยได้มีโอกาสหารือข้อราชการในระดับทวิภาคีกับ H.E. Pehin Dato Suyoi Osman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่าการศึกษาธิการบรูไนดารุสซาลาม ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่าย ได้แลกเปลี่ยนถึงแนวทางการพัฒนาครู ด้วยเห็นว่าครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอน และการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ผู้เรียน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการเรียนการสอนด้วย โดยทั้งสองฝ่ายยินดีให้ความร่วมมือเพื่อสานต่อกิจกรรมระหว่างกันอันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคต่อไป

*****************************

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
27 กรกฎาคม 2560

 


© 2018 สงวนลิขสิทธิ์ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ